คาถาแผ่เมตตา (ให้ตนเองและสรรพสัตว์)
การแผ่เมตตาเป็นการตั้งจิตปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น ถือเป็นหนึ่งในกรรมฐานพื้นฐานของพระพุทธศาสนา ผู้บูชาพระเครื่องสายเมตตามหานิยมมักว่าบทนี้คู่กับคาถาของเกจิ เพราะเชื่อกันว่าพุทธคุณด้านเมตตาจะเกิดได้ดีเมื่อผู้ใช้มีใจเมตตาเป็นทุนเอง
ตัวบท
อะหัง สุขิโต โหมิ อะหัง นิททุกโข โหมิ อะหัง อะเวโร โหมิ อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ อัพยาปัชฌา โหนตุ อะนีฆา โหนตุ สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
บางฉบับมีบรรทัด "อะนีโฆ โหมิ" เพิ่ม หรือขึ้นต้นด้วย "สัพเพ สัตตา" ทุกบรรทัดของครึ่งหลัง สัมมาอาชีวะเขียน "อัพพะยาปัชฌา" ซึ่งเป็นการแยกเสียงของคำเดียวกัน ฉบับนี้ตรงกับไทยรัฐทุกตัวอักษร
วิธีสวด
นั่งในท่าที่สบาย ทำใจให้สงบสักครู่ แล้วว่าช้า ๆ พร้อมนึกถึงความหมาย ตามความนิยมว่าหลังสวดมนต์ก่อนนอน หรือหลังทำสมาธิ ไม่ต้องมีเครื่องบูชา จะต่อด้วยการกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลก็ได้
ความหมายโดยสรุป
ครึ่งแรกเป็นการตั้งใจให้ตนเองมีความสุข ไม่มีทุกข์ ไม่มีเวร ไม่เบียดเบียนใคร และรักษาตนให้อยู่เป็นสุข ครึ่งหลังเป็นการขยายความปรารถนาดีไปยังสัตว์ทั้งหลาย ขอให้ไม่มีเวรต่อกัน ไม่เบียดเบียนกัน ไม่มีความทุกข์ และรักษาตนให้พ้นทุกข์ได้