krutaek
เล่าต่อกันมา ตำนาน

ตำนานพระรอด — พระนางจามเทวีกับกรุวัดมหาวัน ลำพูน

ยอดเข้าชม 2 แหล่งอ้างอิง 5
แชร์ Facebook LINE X
พระรอดเป็นพระเครื่องที่อายุเก่าแก่ที่สุดในชุดเบญจภาคี ซึ่งประกอบด้วยพระสมเด็จวัดระฆัง พระรอด พระซุ้มกอ พระผงสุพรรณ และพระนางพญา และเป็นองค์เดียวที่ตำนานการสร้างย้อนไปถึงยุคตั้งเมืองหริภุญชัย ตำนานเล่าว่าเมื่อพระนางจามเทวีเสด็จจากละโว้ขึ้นมาครองเมืองลำพูน ได้โปรดให้สร้างวัดสำคัญประจำสี่ทิศของเมือง คือ วัดดอนแก้ว วัดพระคง วัดประตูลี้ และวัดมหาวันวนารามทางทิศตะวันตก เว็บไซต์จังหวัดลำพูนระบุว่าวัดมหาวันเป็นพระอารามหลวงของพระนางจามเทวี มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่อัญเชิญมาจากละโว้ และเจดีย์ของวัดคือกรุที่บรรจุพระรอด ทุกวันนี้วัดตั้งอยู่ริมถนนจามเทวี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน

ผู้สร้างพระรอดตามตำนานคือนารทฤๅษี หรือที่เรียกกันว่าฤๅษีนารทะหรือฤๅษีนารอด ผู้ดูแลวัดมหาวัน ท่านสร้างมหาเจดีย์และพระพิมพ์ขนาดเล็กหลายแบบบรรจุไว้ภายใน นิตยสารศิลปวัฒนธรรมยกข้อสันนิษฐานว่าชื่อ "รอด" อาจเพี้ยนมาจากนามของฤๅษีรูปนี้ ขณะที่ผู้บูชาจำนวนมากตีความตรงตัวว่าหมายถึงการรอดพ้นจากภัย วงการพระเครื่องจึงตั้งฉายาให้ว่า "เทพแห่งนิรันตราย" และความเชื่อเรื่องแคล้วคลาดก็ติดตัวพระรอดมาจนทุกวันนี้ ทั้งสองคำอธิบายเป็นการตีความ ยังไม่มีเอกสารเก่าชิ้นใดบอกที่มาของชื่อได้แน่ชัด

ลักษณะองค์พระที่คอลัมน์พระเครื่องของไทยรัฐบรรยายไว้ คือพระพิมพ์เนื้อดินเผาขนาดเล็ก ประทับนั่งปางมารวิชัยบนฐานที่มีผ้าปูนั่งรองรับ ด้านหลังองค์พระเป็นลวดลายที่ชาวพื้นเมืองเรียกว่า "ใบโพธิ์" แทนซุ้มเรือนแก้ว พระกรรณยาวเกือบจรดบ่า ด้านหลังเรียบและมักเห็นรอยนิ้วมือของผู้กดพิมพ์ วงการแบ่งพิมพ์หลักไว้ห้าพิมพ์ คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก พิมพ์ต้อ และพิมพ์ตื้น สีของเนื้อดินต่างกันไปตามการเผา ตั้งแต่โทนเขียว เหลือง แดง ไปจนถึงค่อนไปทางดำ ซึ่งนักสะสมใช้เป็นเกณฑ์จำแนกอีกชั้นหนึ่ง

ประวัติการแตกกรุเป็นส่วนที่มีบันทึกชัดกว่าตำนานการสร้าง ศิลปวัฒนธรรมสรุปจากคำบรรยายของต้อย เมืองนนท์ ว่าพระรอดออกจากกรุหลายระลอก ครั้งแรกราว พ.ศ. 2435 เมื่อมหาเจดีย์ถูกฟ้าผ่าพังลง พระที่กระจายออกมาส่วนหนึ่งถูกบรรจุกลับเข้าเจดีย์ที่บูรณะใหม่ อีกส่วนมีผู้นำไปบูชา เรียกกันว่ากรุเก่า ครั้งที่สองราว พ.ศ. 2451 เจ้าหลวงอินทยงยศ เจ้าเมืองลำพูน ซ่อมฐานเจดีย์ที่ร้าวเพราะรากโพธิ์ และพบพระรอดอีกราวหนึ่งกระซ้าบาตรจึงแจกจ่ายแก่ญาติวงศ์ หลังจากนั้นเกิดธรรมเนียมขุดหาพระรอดรอบวัดในหน้าแล้ง จนพื้นที่วัดเต็มไปด้วยหลุมและทางวัดต้องประกาศห้าม ต่อมาราว พ.ศ. 2498 พบพระราวสองร้อยองค์ระหว่างบูรณะกุฏิเจ้าอาวาส และราว พ.ศ. 2506 พบอีกชุดเมื่อรื้อพื้นพระอุโบสถเพื่อปูใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่พระรอดเริ่มไหลเข้าสู่ตลาดพระในกรุงเทพฯ อย่างกว้างขวาง

ข้อสังเกตหนึ่งที่เซียนรุ่นเก่ายืนยันตรงกันคือ พระรอดพบที่วัดมหาวันเพียงแห่งเดียว ไม่เคยพบในกรุอื่น คุณสมบัตินี้ทำให้พระรอดเป็นเหมือนลายเซ็นของเมืองลำพูน และทำให้ประวัติการแตกกรุแต่ละครั้งกลายเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการศึกษาคราบกรุและผิวพระ เพราะพระที่ออกคนละคราวผ่านสภาพแวดล้อมต่างกัน

ส่วนที่ต้องแยกให้ชัดคืออายุขององค์พระ ตัวเลข "พันสามร้อยปี" ที่พบบ่อยนับจากยุคพระนางจามเทวีราว พ.ศ. 1200 เศษตามตำนาน ไม่ใช่จากจารึกหรือการตรวจหาอายุทางวิทยาศาสตร์ เรื่องฤๅษีผู้สร้างก็ไม่มีหลักฐานร่วมสมัยรองรับ การกำหนดอายุจากรูปแบบศิลปะทำได้เพียงกว้าง ๆ ว่าเป็นพระพิมพ์สกุลช่างหริภุญชัย และผู้ศึกษาแต่ละรายยังตีความยุคสมัยที่แน่นอนแตกต่างกันไป ผู้อ่านจึงควรถือว่าความเกี่ยวพันกับพระนางจามเทวีเป็นตำนานประจำวัด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แม้เส้นแบ่งระหว่างตำนานกับหลักฐานจะชัดเพียงใด ความผูกพันของคนลำพูนกับพระรอดก็ไม่ได้ลดลง วัดมหาวันยังเป็นจุดหมายของผู้มากราบไหว้ และพระรอดยังถูกเล่าในฐานะสมบัติคู่เมือง เป็นหมุดหมายว่าแผ่นดินหริภุญชัยนับถือพุทธศาสนาต่อเนื่องมายาวนาน ไม่ว่าวิชาการจะกำหนดอายุองค์พระไว้ที่ศตวรรษใดในอนาคตก็ตาม
#ตำนาน #พระรอด #เบญจภาคี #ลำพูน

ของสายมูน่าใช้

ลิงก์พันธมิตร

สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น

ใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • เก็บพระที่ถูกใจไว้ดูทีหลัง ไม่ต้องไล่หาใหม่
  • ตั้งรับรุ่นที่ตามหา แล้วให้ระบบเตือนเมื่อมีคนลง
  • คุยกับผู้ขายได้โดยตรงในเว็บ

เว็บนี้ใช้คุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็นทำให้ล็อกอินและกดประมูลได้ ส่วนคุกกี้วิเคราะห์และการตลาดช่วยให้เราปรับปรุงเว็บ — เลือกได้ว่าจะให้เก็บหรือไม่ และเปลี่ยนใจภายหลังได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้