krutaek
มีหลายแหล่งยืนยันตรงกัน ประวัติศาสตร์

พระบาง — พระคู่เมืองหลวงพระบาง ที่มาสยามสองครั้งแล้วได้กลับคืนถิ่น

ยอดเข้าชม 4 แหล่งอ้างอิง 3
แชร์ Facebook LINE X
ชื่อเมืองหลวงพระบางมาจากพระพุทธรูปองค์หนึ่ง คือพระบาง หรือพระบางพุทธลาวัณย์ เป็นพระยืนปางห้ามสมุทร ยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นเสมอกัน สูงราว 1.14 เมตร หล่อด้วยโลหะที่ข้อมูลหลายแหล่งระบุว่ามีทองคำผสมอยู่สูง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลป์ที่เผยแพร่จัดไว้ในศิลปะเขมรแบบบายนตอนปลาย ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ถึง 19 พระบางเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของล้านช้าง และเป็นพระพุทธรูปที่ถูกอัญเชิญมาราชสำนักสยามสองครั้ง แล้วได้กลับคืนถิ่นทั้งสองครั้ง

ตำนานในพงศาวดารหลวงพระบางเล่าว่า พระจุลนาคเถระสร้างพระบางขึ้นที่ลังกาและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ในองค์พระ ต่อมาองค์พระตกไปอยู่กับกษัตริย์ขอม จนพระเจ้าฟ้างุ้มแห่งล้านช้างทูลขอขึ้นไปพร้อมพระไตรปิฎกและคณะสงฆ์ แต่ไปติดอยู่ที่เมืองเวียงคำเพราะเกิดเหตุอัศจรรย์ ต่อมาในรัชกาลพระเจ้าวิชุลราชจึงอัญเชิญขึ้นไปไว้ที่เมืองเชียงทองได้สำเร็จ เมืองนี้จึงได้ชื่อว่าหลวงพระบาง ศักราชในตอนนี้แต่ละฉบับให้ไว้ต่างกันมาก เช่น ปีที่สร้างมีทั้งศักราช 236 และ พ.ศ. 436 และปีที่ขึ้นไปเชียงทองก็ให้ไว้ต่างกัน จึงควรอ่านเป็นตำนานมากกว่าลำดับเวลาที่แม่นยำ

ครั้งแรกที่พระบางลงมาสยามเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2322 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชโปรดให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปเวียงจันทน์ เมื่อได้ชัยแล้วก็อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางลงมากรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินเสด็จไปรับและจัดงานสมโภชอย่างใหญ่ บทความของปฐมพงษ์ สุขเล็ก ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ชี้ว่าการนำพระพุทธรูปสำคัญของเมืองที่แพ้สงครามกลับมา เป็นธรรมเนียมที่แสดงอำนาจของฝ่ายชนะซึ่งพบได้ทั่วไปในภูมิภาคนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของสยาม

พอเข้าสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้านันทเสนแห่งล้านช้างกราบบังคมทูลว่า ผีที่รักษาพระแก้วมรกตกับผีที่รักษาพระบางไม่ถูกกัน ถ้าพระสององค์อยู่เมืองเดียวกัน เมืองนั้นจะไม่สงบ และยกเหตุการณ์ในอดีตสามครั้งมาอ้าง ได้แก่ ตอนอยู่หลวงพระบาง ตอนอยู่เวียงจันทน์ และตอนอยู่กรุงธนบุรี ข้อความนี้ปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ รัชกาลที่ 1 จึงพระราชทานพระบางคืนไปเวียงจันทน์ ราว พ.ศ. 2327 หลังพระบางอยู่ในสยามได้ราวสามปีเศษ ต้องย้ำว่าเรื่องผีรักษาพระพุทธรูปเป็นความเชื่อของผู้คนสมัยนั้น แต่การที่ความเชื่อนี้มีผลต่อการตัดสินใจของราชสำนักเป็นเรื่องที่มีเอกสารบันทึกไว้จริง

ครั้งที่สองเกิดหลังสงครามเจ้าอนุวงศ์ในรัชกาลที่ 3 เจ้าพระยาราชสุภาวดี (สิงห์ สิงหเสนี) ซึ่งต่อมาได้เลื่อนเป็นเจ้าพระยาบดินทรเดชา อัญเชิญพระบางลงมากรุงเทพฯ อีกครั้ง ตอนแรกโปรดให้ไว้ที่หอพระนาคในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม คู่กับพระแซกคำและพระฉันสมอ ภายหลังทรงพระราชดำริว่าการนี้ขัดกับที่รัชกาลที่ 1 เคยวางแนวไว้ จึงให้นำพระที่ชาวลาวนับถือว่ามีผีรักษาทั้งสามองค์ไปไว้นอกพระนคร พระบางได้ไปอยู่ที่วัดจักรวรรดิราชาวาส ส่วนอีกสององค์ไปวัดอัปสรสวรรค์และวัดคฤหบดี

ในรัชกาลที่ 4 เกิดฝนแล้งหลายปี ราษฎรลือกันว่าเป็นเพราะพระบางอยู่ในเมืองเดียวกับพระแก้วมรกต ถึงขั้นที่เสนาบดีเข้าชื่อกันทำเรื่องทูลเกล้าฯ ถวาย บทความในศิลปวัฒนธรรมอ้างเอกสารว่าใน พ.ศ. 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้เจ้าอุปราชเมืองหลวงพระบางอัญเชิญพระบางกลับคืนไป บางแหล่งให้ปีคลาดกันเล็กน้อย จึงอาจกล่าวได้ว่าราว พ.ศ. 2409 ถึง 2410 หลังจากนั้นพระบางก็ไม่เคยถูกนำกลับมาสยามอีก และยังเป็นพระคู่เมืองของหลวงพระบางมาจนปัจจุบัน

นักประวัติศาสตร์อ่านเรื่องนี้ได้สองมุม มุมหนึ่งมองว่าการนำพระบางมาเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองระหว่างราชสำนัก อีกมุมหนึ่งมองว่าการส่งคืนมีความเชื่อเป็นแรงผลักสำคัญ ปฐมพงษ์สรุปไว้ในชื่อบทความว่า "มาเพราะการเมือง ส่งกลับเพราะความเชื่อ" ทั้งสองมุมไม่ได้หักล้างกัน และช่วยให้เข้าใจว่าพระพุทธรูปในภูมิภาคนี้เป็นทั้งที่พึ่งทางใจและเป็นสิ่งที่บ้านเมืองหวงแหน ในภาคอีสานของไทยเองก็มีพระบางจำลองประดิษฐานตามวัดสำคัญ เช่น วัดไตรภูมิ อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม และวัดพระเหลา อำเภอพนา จังหวัดอำนาจเจริญ พระเครื่องหรือรูปบูชาที่ใช้ชื่อพระบางในไทยจึงเป็นรูปจำลองตามแบบองค์จริงที่หลวงพระบาง ผู้สนใจควรดูว่าวัดใดเป็นผู้จัดสร้างและจำลองจากองค์ไหน
#พระบาง #หลวงพระบาง #ล้านช้าง #รัชกาลที่ 4

ของสายมูน่าใช้

ลิงก์พันธมิตร

สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น

ใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • เก็บพระที่ถูกใจไว้ดูทีหลัง ไม่ต้องไล่หาใหม่
  • ตั้งรับรุ่นที่ตามหา แล้วให้ระบบเตือนเมื่อมีคนลง
  • คุยกับผู้ขายได้โดยตรงในเว็บ

เว็บนี้ใช้คุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็นทำให้ล็อกอินและกดประมูลได้ ส่วนคุกกี้วิเคราะห์และการตลาดช่วยให้เราปรับปรุงเว็บ — เลือกได้ว่าจะให้เก็บหรือไม่ และเปลี่ยนใจภายหลังได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้