Corroborated by multiple sources History

ตะกรุด — อักขระที่ม้วนเก็บไว้กับตัว

Views 4 Sources 4
Share Facebook LINE X
ตะกรุดคือเครื่องรางที่ทำจากแผ่นวัสดุบาง ลงอักขระเลขยันต์ด้วยเหล็กจาร แล้วม้วนเป็นหลอดให้มีช่องกลางสำหรับร้อยเชือกติดตัว วัสดุที่พบบ่อยคือโลหะแผ่น เช่น ทองคำ เงิน นาก ทองแดง และตะกั่ว แต่ตำราของแต่ละสำนักยังใช้ใบลาน หนังสัตว์ กระดูก หรือไม้มงคลอย่างไม้ไผ่ตัน วิกิพีเดียบันทึกความเชื่อที่ผูกวัสดุกับผลที่ต้องการไว้ เช่น แผ่นทองหรือเงินสำหรับทางเมตตา ทองแดงสำหรับคงกระพัน และตะกั่วสำหรับแคล้วคลาด ผศ.ดร.กังวล คัชชิมา อาจารย์คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้สัมภาษณ์กับไทยรัฐว่าวัสดุสมัยก่อนเป็นของหาง่าย สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่เนื้อโลหะ แต่คือผู้ลงอักขระ เพราะระหว่างจารต้องบริกรรมคาถากำกับไปด้วย

ที่มาของตะกรุดยังหาต้นแบบแน่ชัดไม่ได้ แม้แต่คำว่าตะกรุดก็ยังไม่รู้ว่ามาจากภาษาใด อาจารย์กังวลชี้ว่าภาษาเขมรเรียกของชนิดนี้ว่ากถา ภาษาอีสานเรียกกะตุด ซึ่งอาจเป็นคำร่วมกันแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ในบทสัมภาษณ์เดียวกัน ท่านเล่าว่ามีภาพสลักที่นครวัดซึ่งสร้างราว พ.ศ. 1630 และปราสาทร่วมสมัยบางแห่งที่มีเครื่องหมายอุณาโลม ซึ่งมีลักษณะเป็นยันต์ และสันนิษฐานว่าความรู้แบบเขมรโบราณหลั่งไหลเข้าอยุธยามากขึ้นหลังสมัยเจ้าสามพระยา ที่พงศาวดารบันทึกว่ายกทัพไปตีเมืองพระนครได้ราว พ.ศ. 1974 ถึง 1975 ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ชี้ว่าตะกรุดน่าจะมีรากร่วมกับคติพราหมณ์ แล้วถูกผสานเข้ากับพุทธในภายหลัง

หลักฐานลายลักษณ์อักษรที่ชัดกว่ามาจากวรรณคดี ไทยรัฐอ้างเสภาขุนช้างขุนแผนตอนที่ขุนแผนกับพลายงามเตรียมเครื่องรางก่อนไปรบเมืองเชียงใหม่ และอ้างบันทึกของสังฆราชปาลเลกัวซ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่เล่าว่าคนสยามเชื่อเรื่องวิชาอยู่ยงคงกระพัน บางคนถึงกับพยายามทำปรอทให้แข็งเป็นลูกกลมพกติดตัว ทั้งหมดนี้บอกว่าเครื่องรางประเภทยันต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนักรบและผู้เดินทางมาช้านาน ส่วนเนื้อความที่ลงในตะกรุดนั้น อาจารย์กังวลอธิบายว่าส่วนใหญ่ขึ้นต้นด้วยนะโมพุทธายะ ซึ่งมีโครงสร้างคล้ายบทนอบน้อมเทพในศาสนาพราหมณ์

ตะกรุดมีชื่อเรียกตามจำนวนและวัสดุ ดอกเดียวเรียกตะกรุดโทน สองดอกเรียกตะกรุดแฝด ใช้โลหะสามชนิดเรียกตะกรุดสามกษัตริย์ และถ้าร้อยสิบหกดอกเรียกตะกรุดโสฬส ใช้คล้องคอหรือคาดเอว รูปแบบค่อย ๆ เปลี่ยนจากดอกใหญ่หนาสำหรับออกศึกมาเป็นดอกเล็กพกง่าย บางชนิดทำเพื่อฝังในร่างกาย และในไม่กี่สิบปีหลังมีตะกรุดที่ทำจากปลอกลูกปืนตามคติที่ว่าแม่ไม่ฆ่าลูก ภาพจำที่หลายคนมีคือสายตะกรุดสิบหกดอกบนพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสร้างในปี 2536 แต่ไทยรัฐชี้ว่าไม่มีหลักฐานว่าพระองค์ทรงพกตะกรุดในการศึก รายละเอียดนี้จึงเป็นการตีความของผู้ออกแบบ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

ในล้านนา งานวิจัยของวิลักษณ์ ศรีป่าซาง ในวารสารราชมงคลล้านนา ปี 2558 จัดตะกรุดไว้ในหมวดยันต์ และแบ่งเครื่องรางล้านนาตามฤทธิ์เป็นสองกลุ่มใหญ่ คือกายะที่เน้นคงกระพันและป้องกัน กับปิยะที่เน้นเมตตามหานิยม คนล้านนาเรียกเครื่องรางรวม ๆ ว่าของกระหนันหรือของขะหนัน และตะกรุดยันต์หนังถูกจัดเป็นหนึ่งในเครื่องรางยอดนิยมห้าอย่างของถิ่นนั้น งานชิ้นนี้ยังชี้ว่าเมื่อความต้องการสูงขึ้น ก็มีการสร้างของใหม่และของปลอมตามมา

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ตะกรุดที่คนเล่าขานมากที่สุดสายหนึ่งคือของหลวงปู่ศุข ซึ่งกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระบิดาของกองทัพเรือไทย ทรงถวายตัวเป็นศิษย์ เรื่องที่ตะกรุดของท่านช่วยให้ผู้คนรอดจากภยันตรายเป็นคำเล่าของผู้ศรัทธา ส่วนที่ชัดเจนคือความผูกพันระหว่างเสด็จในกรมกับหลวงปู่ศุขเป็นที่รู้กันกว้างขวาง อาจารย์กังวลสรุปว่าจุดประสงค์ของตะกรุดเปลี่ยนไปตามยุค สมัยก่อนผู้คนกลัวศึก โจร และสัตว์ร้าย ครูบาอาจารย์จึงทำให้เพื่อป้องกันภัย แต่ทุกวันนี้คนอยากร่ำรวยมากกว่า ผู้สร้างจึงปรับให้ตอบความต้องการใหม่

ท่านยังเปรียบว่าตะกรุดก็คือยันต์รูปแบบหนึ่ง ต่างจากผ้ายันต์หรือเสื้อยันต์ที่เปื่อยง่าย และต่างจากการสักยันต์ที่ต้องถือข้อห้ามไปตลอดชีวิต การจารยันต์ลงโลหะแล้วม้วนเก็บจึงเป็นทางที่ทนทานและพกพาได้สะดวกที่สุด ตะกรุดไม่มีหน้าตาให้กราบไหว้ มีเพียงตัวอักษรที่ม้วนซ่อนอยู่ข้างใน ผู้พกจึงพกด้วยความเชื่อต่อวิชาและต่อครูผู้จาร และนั่นคือเหตุผลที่ตะกรุดยังถูกจารขึ้นใหม่อยู่ในวัดทั่วประเทศจนถึงทุกวันนี้
#ประวัติศาสตร์ #ตะกรุด #เครื่องราง

Comments

Sign in to comment

No comments yet — be the first to comment

Takes under a minute. Free.

  • Save pieces you like and find them again later
  • Post what you are looking for and get alerted when it appears
  • Message sellers directly on the site

This site uses cookies

Necessary cookies keep you signed in and let you place bids. Analytics and marketing cookies help us improve the site — you choose, and you can change your mind at any time. Read the cookie policy