Corroborated by multiple sources
History
พระกริ่งวัดสุทัศน์ — สมเด็จพระสังฆราชแพกับตำรับที่สืบจากวังหน้า
Views
5
Sources
7
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทโว) ประสูติวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2399 ในครอบครัวชาวสวนย่านบางลำภูล่าง อำเภอคลองสาน ฝั่งธนบุรี ทรงศึกษาอักษรสมัยกับสมเด็จพระวันรัต (สมบุรณ์) ตั้งแต่ยังเด็ก บรรพชาเป็นสามเณรในปี 2411 และอุปสมบทในปี 2422 ที่วัดเศวตฉัตร โดยมีสมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวฑฺฒโน) แห่งวัดสุทัศน์เป็นพระอุปัชฌาย์ จากนั้นทรงประจำอยู่วัดสุทัศนเทพวรารามตลอดมา สอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และเลื่อนสมณศักดิ์ตามลำดับ ตั้งแต่พระศรีสมโพธิในปี 2432 พระเทพโมลีในปี 2441 พระพรหมมุนีในปี 2455 จนเป็นสมเด็จพระวันรัตในปี 2472 และได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 12 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2481 สิ้นพระชนม์วันที่ 26 พฤศจิกายน 2487 พระชันษา 88 ปี
พระกริ่งคือพระพุทธรูปขนาดเล็กที่มีต้นแบบจากพระไภษัชยคุรุในคติมหายาน ถือหม้อยาหรือผลไม้ที่เป็นยาไว้ในพระหัตถ์ ความเชื่อดั้งเดิมคือนำไปแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อรักษาโรค พระกริ่งแบบแรกที่สร้างในไทยคือพระกริ่งปวเรศของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรนิเวศ ไทยรัฐระบุว่าไม่มีบันทึกการสร้างละเอียด รู้เพียงว่าสร้างในช่วงรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 จำนวนน้อยมาก และประทานแก่เจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ให้
ไทยรัฐยังเล่าเรื่องที่ถือกันเป็นจุดเริ่มต้นของศรัทธาต่อพระกริ่งในวัดสุทัศน์ ว่าครั้งสมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธด้วยอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวงศ์ เสด็จเยี่ยมและรับสั่งว่าเคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯ ทรงนำพระกริ่งแช่น้ำมนต์ให้ผู้ป่วยดื่มจนหาย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จพระวันรัต (แดง) ทูลว่ามีพระกริ่งอยู่ที่กุฏิ จึงนำมาแช่น้ำมนต์ถวาย และอาการของสมเด็จพระวันรัตก็ทุเลาลง เรื่องนี้เป็นคำเล่าในวงการที่ยังไม่พบเอกสารร่วมสมัยยืนยัน เช่นเดียวกับเรื่องที่ว่าตำราการหล่อพระกริ่งของพระองค์สืบมาจากตำรับเก่าสายวังหน้าหรือสายวัดป่าแก้ว ซึ่งเล่ากันแพร่หลายแต่ยังไม่มีหลักฐานชั้นต้นรองรับ
พระกริ่งที่พระองค์ทรงสร้างมีหลายรุ่น วิกิพีเดียระบุว่ารุ่นแรกเรียกรุ่นเทพโมลี สร้างขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี ซึ่งได้รับในปี 2441 เป็นเนื้อนวโลหะสีดำ ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย พระหัตถ์ซ้ายถือวัชระ ต่อมาเป็นรุ่นพรหมมุนีที่สร้างระหว่างปี 2455 ถึง 2465 ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเขมรน้อย ส่วนรุ่นที่คอลัมน์พระเครื่องไทยรัฐยกว่าได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งคือพระกริ่งวันรัต ปี 2479 ที่วงการเรียกกริ่ง 79 มีจำนวน 464 องค์ และพระกริ่งหน้าอินเดีย ปี 2482 ซึ่งสร้างราว 400 องค์ มีทั้งพิมพ์หน้าเล็กและหน้าใหญ่
ผู้ช่วยสำคัญของพระองค์ในงานหล่อพระคือเจ้าคุณศรี (สนธิ์) แห่งวัดสุทัศน์ ซึ่งภายหลังสร้างพระกริ่งต่ออีกหลายรุ่น เช่น รุ่นประภามณฑลระหว่างปี 2485 ถึง 2487 และรุ่นที่บรรจุผงวิเศษกับเส้นพระเกศาของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ด้วยเหตุนี้วงการจึงเรียกพระกริ่งตระกูลนี้รวม ๆ ว่าสายวัดสุทัศน์ ซึ่งมีทั้งรุ่นที่สร้างในพระองค์และรุ่นของศิษย์ที่สืบต่อ
วาระที่ทำให้ตำรับของวัดสุทัศน์เป็นที่รู้จักกว้างที่สุดคือการสร้างพระพุทธชินราชรุ่นอินโดจีนในปี 2485 หลังสงครามกรณีพิพาทอินโดจีน โดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยซึ่งมี พล.ร.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายก ตั้งใจให้ทหารและประชาชนมีพระไว้บูชาติดตัว สร้างทั้งพระบูชาจำลองจากพระพุทธชินราชเมืองพิษณุโลกและพระเครื่องขนาดเล็ก โดยกรมศิลปากรช่วยออกแบบพิมพ์และดูแลการหล่อ คมชัดลึกระบุว่าพิธีเททองจัดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2485 และพิธีพุทธาภิเษกจัดในพระอุโบสถวัดสุทัศน์วันที่ 21 มีนาคม 2485 โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นประธาน และเจ้าคุณศรี (สนธิ์) เป็นแม่งาน ทีนิวส์ให้ลำดับเดียวกัน แต่ในตอนท้ายของบทความเดียวกันกลับเขียนว่าพิธีที่วัดสุทัศน์จัดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งน่าจะสับสนกับวันเททองที่พิษณุโลก ทีนิวส์ระบุด้วยว่ามีพระคณาจารย์ร่วมปลุกเสก 108 รูป และการหล่อทำตามตำรับการสร้างพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศน์
ประวัติพระกริ่งสายนี้จึงมีทั้งส่วนที่มีบันทึกชัด เช่น พระประวัติ สมณศักดิ์ ปีและจำนวนของบางรุ่น กับส่วนที่เป็นตำนานในวงการ เช่น ที่มาของตำรา ผู้สนใจศึกษาควรแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน และตรวจปี รุ่น และผู้จัดสร้างให้ตรงกับบันทึกของวัดก่อนจะเชื่อคำบรรยายใด ๆ เพราะพระกริ่งสายวัดสุทัศน์เป็นหนึ่งในสายที่มีของทำเลียนแบบมากที่สุดสายหนึ่ง
พระกริ่งคือพระพุทธรูปขนาดเล็กที่มีต้นแบบจากพระไภษัชยคุรุในคติมหายาน ถือหม้อยาหรือผลไม้ที่เป็นยาไว้ในพระหัตถ์ ความเชื่อดั้งเดิมคือนำไปแช่น้ำทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อรักษาโรค พระกริ่งแบบแรกที่สร้างในไทยคือพระกริ่งปวเรศของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ แห่งวัดบวรนิเวศ ไทยรัฐระบุว่าไม่มีบันทึกการสร้างละเอียด รู้เพียงว่าสร้างในช่วงรัชกาลที่ 4 ถึงต้นรัชกาลที่ 5 จำนวนน้อยมาก และประทานแก่เจ้านายที่ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ให้
ไทยรัฐยังเล่าเรื่องที่ถือกันเป็นจุดเริ่มต้นของศรัทธาต่อพระกริ่งในวัดสุทัศน์ ว่าครั้งสมเด็จพระวันรัต (แดง) อาพาธด้วยอหิวาตกโรค สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวงศ์ เสด็จเยี่ยมและรับสั่งว่าเคยเห็นกรมพระยาปวเรศฯ ทรงนำพระกริ่งแช่น้ำมนต์ให้ผู้ป่วยดื่มจนหาย สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จพระวันรัต (แดง) ทูลว่ามีพระกริ่งอยู่ที่กุฏิ จึงนำมาแช่น้ำมนต์ถวาย และอาการของสมเด็จพระวันรัตก็ทุเลาลง เรื่องนี้เป็นคำเล่าในวงการที่ยังไม่พบเอกสารร่วมสมัยยืนยัน เช่นเดียวกับเรื่องที่ว่าตำราการหล่อพระกริ่งของพระองค์สืบมาจากตำรับเก่าสายวังหน้าหรือสายวัดป่าแก้ว ซึ่งเล่ากันแพร่หลายแต่ยังไม่มีหลักฐานชั้นต้นรองรับ
พระกริ่งที่พระองค์ทรงสร้างมีหลายรุ่น วิกิพีเดียระบุว่ารุ่นแรกเรียกรุ่นเทพโมลี สร้างขณะดำรงสมณศักดิ์ที่พระเทพโมลี ซึ่งได้รับในปี 2441 เป็นเนื้อนวโลหะสีดำ ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวคว่ำบัวหงาย พระหัตถ์ซ้ายถือวัชระ ต่อมาเป็นรุ่นพรหมมุนีที่สร้างระหว่างปี 2455 ถึง 2465 ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเขมรน้อย ส่วนรุ่นที่คอลัมน์พระเครื่องไทยรัฐยกว่าได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่งคือพระกริ่งวันรัต ปี 2479 ที่วงการเรียกกริ่ง 79 มีจำนวน 464 องค์ และพระกริ่งหน้าอินเดีย ปี 2482 ซึ่งสร้างราว 400 องค์ มีทั้งพิมพ์หน้าเล็กและหน้าใหญ่
ผู้ช่วยสำคัญของพระองค์ในงานหล่อพระคือเจ้าคุณศรี (สนธิ์) แห่งวัดสุทัศน์ ซึ่งภายหลังสร้างพระกริ่งต่ออีกหลายรุ่น เช่น รุ่นประภามณฑลระหว่างปี 2485 ถึง 2487 และรุ่นที่บรรจุผงวิเศษกับเส้นพระเกศาของสมเด็จพระสังฆราช (แพ) ด้วยเหตุนี้วงการจึงเรียกพระกริ่งตระกูลนี้รวม ๆ ว่าสายวัดสุทัศน์ ซึ่งมีทั้งรุ่นที่สร้างในพระองค์และรุ่นของศิษย์ที่สืบต่อ
วาระที่ทำให้ตำรับของวัดสุทัศน์เป็นที่รู้จักกว้างที่สุดคือการสร้างพระพุทธชินราชรุ่นอินโดจีนในปี 2485 หลังสงครามกรณีพิพาทอินโดจีน โดยพุทธสมาคมแห่งประเทศไทยซึ่งมี พล.ร.ต.หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ เป็นนายก ตั้งใจให้ทหารและประชาชนมีพระไว้บูชาติดตัว สร้างทั้งพระบูชาจำลองจากพระพุทธชินราชเมืองพิษณุโลกและพระเครื่องขนาดเล็ก โดยกรมศิลปากรช่วยออกแบบพิมพ์และดูแลการหล่อ คมชัดลึกระบุว่าพิธีเททองจัดที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ พิษณุโลก วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2485 และพิธีพุทธาภิเษกจัดในพระอุโบสถวัดสุทัศน์วันที่ 21 มีนาคม 2485 โดยมีสมเด็จพระสังฆราช (แพ) เป็นประธาน และเจ้าคุณศรี (สนธิ์) เป็นแม่งาน ทีนิวส์ให้ลำดับเดียวกัน แต่ในตอนท้ายของบทความเดียวกันกลับเขียนว่าพิธีที่วัดสุทัศน์จัดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ซึ่งน่าจะสับสนกับวันเททองที่พิษณุโลก ทีนิวส์ระบุด้วยว่ามีพระคณาจารย์ร่วมปลุกเสก 108 รูป และการหล่อทำตามตำรับการสร้างพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศน์
ประวัติพระกริ่งสายนี้จึงมีทั้งส่วนที่มีบันทึกชัด เช่น พระประวัติ สมณศักดิ์ ปีและจำนวนของบางรุ่น กับส่วนที่เป็นตำนานในวงการ เช่น ที่มาของตำรา ผู้สนใจศึกษาควรแยกสองส่วนนี้ออกจากกัน และตรวจปี รุ่น และผู้จัดสร้างให้ตรงกับบันทึกของวัดก่อนจะเชื่อคำบรรยายใด ๆ เพราะพระกริ่งสายวัดสุทัศน์เป็นหนึ่งในสายที่มีของทำเลียนแบบมากที่สุดสายหนึ่ง
#ประวัติศาสตร์
#พระกริ่ง
#วัดสุทัศน์
#สมเด็จพระสังฆราชแพ
Comments
No comments yet — be the first to comment