Corroborated by multiple sources
History
หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค — พระทรงสัตว์หกชนิดกับตำราที่ศิษย์เขียนไว้
Views
4
Sources
5
พระครูวิหารกิจจานุการ หรือหลวงพ่อปาน โสนนฺโท มีนามเดิมว่าปาน สุทธาวงศ์ เกิดวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2418 ที่ตำบลบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มารดาชื่ออิ่ม ส่วนชื่อบิดาแต่ละแหล่งให้ไว้ไม่ตรงกัน ท่านอุปสมบทโดยมีหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ฉายาว่าโสนนฺโท ปีและสถานที่บวชก็มีสองสำนวน คมชัดลึกระบุวันที่ 1 เมษายน 2438 ที่วัดบางปลาหมอ ส่วนวิกิพีเดียระบุปี 2439 ที่พัทธสีมาวัดบางนมโค
เรื่องราวของท่านถูกเล่าละเอียดกว่าเกจิร่วมยุคหลายรูป เพราะศิษย์คนสำคัญคือพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดจันทาราม (ท่าซุง) ได้เล่าประวัติหลวงพ่อปานจากความทรงจำตอนอยู่ใกล้ชิดท่าน และเนื้อหาชุดนี้ยังเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของวัดท่าซุงจนทุกวันนี้ ผู้อ่านควรเข้าใจว่านี่คือบันทึกของศิษย์ผู้ศรัทธา เรื่องอภินิหารในนั้นจึงเป็นคำบอกเล่า ส่วนโครงชีวิต สมณศักดิ์ และงานพัฒนาของท่าน สอบทานกับแหล่งอื่นได้ตรงกัน
หลวงพ่อปานใฝ่เรียนอย่างกว้างขวาง ท่านเรียนปริยัติที่วัดสระเกศและวัดเจ้าเจ็ด เรียนแพทย์แผนโบราณ และฝากตัวกับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน วิกิพีเดียรวบรวมไว้ว่าท่านเรียนวิชาสร้างพระเครื่องเนื้อดินจากชีปะขาว เรียนการปลุกเสกและยันต์เกราะเพชรจากอาจารย์แจง และได้พระคาถาปัจเจกโพธิสัตว์จากครูผึ้ง ชาวนครศรีธรรมราช กิจวัตรของท่านหลังฉันเพลคือการช่วยเหลือชาวบ้านทั้งวัน ทำน้ำมนต์รักษาคนไข้ และรักษาผู้ถูกงู ตะขาบ หรือแมลงมีพิษ จนวัดบางนมโคเป็นที่พึ่งของคนทั้งย่าน
ด้านงานพัฒนา คมชัดลึกระบุว่าท่านสร้างและบูรณะวัดในอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงรวมไม่ต่ำกว่า 40 วัด ตามหลักฐานและคำบอกเล่า โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ อุโบสถวัดบางนมโคที่ท่านสร้างเสร็จในปี 2467 ยังตั้งอยู่ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิหารกิจจานุการเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2474 และเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโครูปที่ 3 ระหว่างปี 2478 ถึง 2481 ตามข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระเครื่องของท่านเป็นพระพิมพ์เนื้อดิน รูปสี่เหลี่ยมมุมตัด องค์พระประทับบนบัลลังก์บัวเหนือสัตว์พาหนะ ข้อมูลของจังหวัดระบุสัตว์หกชนิด คือ ครุฑ หนุมาน เม่น ไก่ นก และปลา ส่วนหน้าวัดบางนมโคในวิกิพีเดียเขียนว่าพระรุ่นแรกที่สร้างเมื่อปี 2450 เพื่อหาทุนสร้างพระธาตุเจดีย์หลังพระอุโบสถนั้นมีเจ็ดแบบ ตัวเลขจึงยังไม่ลงตัว คมชัดลึกเล่าว่ารุ่นแรกเริ่มถูกเรียกว่าพิมพ์โบราณ และพิมพ์ที่วงการเรียกพิมพ์มาตรฐานนำออกแจกในปี 2460 แต่ละพิมพ์มีคติความเชื่อต่างกัน เช่น พิมพ์ทรงไก่ถือกันว่าเด่นทางเมตตาและการค้า โดยคนโบราณเทียบกับไก่ตัวผู้ที่มีตัวเมียล้อมรอบ ส่วนพิมพ์ทรงครุฑถือว่าเด่นทางการปกครองและแคล้วคลาด ความหมายเหล่านี้เป็นคติที่สืบกันมา ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้
หลวงพ่อปานมรณภาพเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2481 สิริอายุ 63 ปี 42 พรรษา สิ่งที่ท่านทิ้งไว้มีทั้งพระเนื้อดิน ผ้ายันต์เกราะเพชร ผ้ายันต์ชนิดอื่น และพระคาถาที่ศิษย์สืบต่อ ผู้รับช่วงวัดต่อคือหลวงพ่อเล็ก เกสโร เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ศิษย์ที่มีชื่อเสียงของท่านนอกจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ยังมีหลวงปู่ฤๅษีลิงขาว (ช่อ อภินนฺโท) หลวงพ่อฤๅษีลิงเล็ก (บุญศรี อินทวณฺโณ) และพระมงคลวราจารย์ (เชิญ ปุญฺญสิริ) แห่งวัดโคกทอง
ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จวัดบางนมโค คมชัดลึกระบุว่าเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ในปี 2509 และทรงชมว่าหลวงพ่อปานเป็นพระนักพัฒนา ขณะที่ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถบันทึกการเสด็จเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2517 ทั้งสองครั้งอาจเป็นคนละวาระกัน ทุกวันนี้วัดบางนมโคจัดพิธีรำลึกหลวงพ่อปานทุกวันที่ 26 กรกฎาคม และมณฑปที่ประดิษฐานรูปหล่อ หุ่นขี้ผึ้ง และอัฐิของท่านยังเปิดให้ผู้คนกราบไหว้ สำหรับผู้ศึกษา เรื่องหลวงพ่อปานคือตัวอย่างที่ดีของการอ่านประวัติเกจิ คือแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากคำบอกเล่าของศิษย์ โดยไม่ต้องทิ้งฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
เรื่องราวของท่านถูกเล่าละเอียดกว่าเกจิร่วมยุคหลายรูป เพราะศิษย์คนสำคัญคือพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดจันทาราม (ท่าซุง) ได้เล่าประวัติหลวงพ่อปานจากความทรงจำตอนอยู่ใกล้ชิดท่าน และเนื้อหาชุดนี้ยังเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของวัดท่าซุงจนทุกวันนี้ ผู้อ่านควรเข้าใจว่านี่คือบันทึกของศิษย์ผู้ศรัทธา เรื่องอภินิหารในนั้นจึงเป็นคำบอกเล่า ส่วนโครงชีวิต สมณศักดิ์ และงานพัฒนาของท่าน สอบทานกับแหล่งอื่นได้ตรงกัน
หลวงพ่อปานใฝ่เรียนอย่างกว้างขวาง ท่านเรียนปริยัติที่วัดสระเกศและวัดเจ้าเจ็ด เรียนแพทย์แผนโบราณ และฝากตัวกับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน วิกิพีเดียรวบรวมไว้ว่าท่านเรียนวิชาสร้างพระเครื่องเนื้อดินจากชีปะขาว เรียนการปลุกเสกและยันต์เกราะเพชรจากอาจารย์แจง และได้พระคาถาปัจเจกโพธิสัตว์จากครูผึ้ง ชาวนครศรีธรรมราช กิจวัตรของท่านหลังฉันเพลคือการช่วยเหลือชาวบ้านทั้งวัน ทำน้ำมนต์รักษาคนไข้ และรักษาผู้ถูกงู ตะขาบ หรือแมลงมีพิษ จนวัดบางนมโคเป็นที่พึ่งของคนทั้งย่าน
ด้านงานพัฒนา คมชัดลึกระบุว่าท่านสร้างและบูรณะวัดในอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงรวมไม่ต่ำกว่า 40 วัด ตามหลักฐานและคำบอกเล่า โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐ อุโบสถวัดบางนมโคที่ท่านสร้างเสร็จในปี 2467 ยังตั้งอยู่ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูวิหารกิจจานุการเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2474 และเป็นเจ้าอาวาสวัดบางนมโครูปที่ 3 ระหว่างปี 2478 ถึง 2481 ตามข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
พระเครื่องของท่านเป็นพระพิมพ์เนื้อดิน รูปสี่เหลี่ยมมุมตัด องค์พระประทับบนบัลลังก์บัวเหนือสัตว์พาหนะ ข้อมูลของจังหวัดระบุสัตว์หกชนิด คือ ครุฑ หนุมาน เม่น ไก่ นก และปลา ส่วนหน้าวัดบางนมโคในวิกิพีเดียเขียนว่าพระรุ่นแรกที่สร้างเมื่อปี 2450 เพื่อหาทุนสร้างพระธาตุเจดีย์หลังพระอุโบสถนั้นมีเจ็ดแบบ ตัวเลขจึงยังไม่ลงตัว คมชัดลึกเล่าว่ารุ่นแรกเริ่มถูกเรียกว่าพิมพ์โบราณ และพิมพ์ที่วงการเรียกพิมพ์มาตรฐานนำออกแจกในปี 2460 แต่ละพิมพ์มีคติความเชื่อต่างกัน เช่น พิมพ์ทรงไก่ถือกันว่าเด่นทางเมตตาและการค้า โดยคนโบราณเทียบกับไก่ตัวผู้ที่มีตัวเมียล้อมรอบ ส่วนพิมพ์ทรงครุฑถือว่าเด่นทางการปกครองและแคล้วคลาด ความหมายเหล่านี้เป็นคติที่สืบกันมา ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้
หลวงพ่อปานมรณภาพเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2481 สิริอายุ 63 ปี 42 พรรษา สิ่งที่ท่านทิ้งไว้มีทั้งพระเนื้อดิน ผ้ายันต์เกราะเพชร ผ้ายันต์ชนิดอื่น และพระคาถาที่ศิษย์สืบต่อ ผู้รับช่วงวัดต่อคือหลวงพ่อเล็ก เกสโร เจ้าอาวาสรูปที่ 4 ศิษย์ที่มีชื่อเสียงของท่านนอกจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ยังมีหลวงปู่ฤๅษีลิงขาว (ช่อ อภินนฺโท) หลวงพ่อฤๅษีลิงเล็ก (บุญศรี อินทวณฺโณ) และพระมงคลวราจารย์ (เชิญ ปุญฺญสิริ) แห่งวัดโคกทอง
ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จวัดบางนมโค คมชัดลึกระบุว่าเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ในปี 2509 และทรงชมว่าหลวงพ่อปานเป็นพระนักพัฒนา ขณะที่ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถบันทึกการเสด็จเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2517 ทั้งสองครั้งอาจเป็นคนละวาระกัน ทุกวันนี้วัดบางนมโคจัดพิธีรำลึกหลวงพ่อปานทุกวันที่ 26 กรกฎาคม และมณฑปที่ประดิษฐานรูปหล่อ หุ่นขี้ผึ้ง และอัฐิของท่านยังเปิดให้ผู้คนกราบไหว้ สำหรับผู้ศึกษา เรื่องหลวงพ่อปานคือตัวอย่างที่ดีของการอ่านประวัติเกจิ คือแยกข้อมูลที่ตรวจสอบได้ออกจากคำบอกเล่าของศิษย์ โดยไม่ต้องทิ้งฝั่งใดฝั่งหนึ่ง
#ประวัติศาสตร์
#หลวงพ่อปาน
#พระนครศรีอยุธยา
#พระทรงสัตว์
Comments
No comments yet — be the first to comment