Corroborated by multiple sources
History
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร — จากถ้ำขามสู่เหรียญที่คนอีสานรักที่สุด
Views
4
Sources
5
หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เกิดวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2442 ที่บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นบุตรคนที่ห้าของเจ้าไชยกุมาร (เม้า) กับนางนุ้ย ในสกุลสุวรรณรงค์ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองพรรณานิคม วัยเด็กท่านเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดโพธิ์ชัยในหมู่บ้าน แล้วไปอยู่กับพี่เขยที่รับราชการเป็นปลัดอำเภอในจังหวัดขอนแก่น ตอนแรกตั้งใจจะเป็นข้าราชการ แต่เมื่อได้เห็นว่ายศศักดิ์ไม่ใช่ของที่อยู่กับใครได้ตลอด ความคิดก็เปลี่ยน ท่านบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโพนทองราวปี 2461 ขณะอายุ 19 ปี และเมื่ออายุครบ 20 ปีก็อุปสมบทที่วัดสิทธิบังคม ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม ในฝ่ายมหานิกาย โดยมีพระครูป้องเป็นพระอุปัชฌาย์
จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึงในปี 2463 เมื่อท่านได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และขอถวายตัวเป็นศิษย์ จากนั้นอีกหลายปี คือวันที่ 21 พฤษภาคม 2468 ท่านญัตติเป็นพระธรรมยุตที่วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ ช่วงหลายทศวรรษต่อมาคือชีวิตพระธุดงค์ตามแบบครูบาอาจารย์สายวัดป่า เดินจาริกตามป่าเขา อยู่ง่ายกินน้อย และให้การภาวนาเป็นงานหลัก คำสอนของท่านที่ศิษย์จดไว้มักเรียบและตรง ตอนหนึ่งท่านเปรียบความตายว่าเป็นสงครามใหญ่ที่ทุกคนต้องเข้าไปสู้เพียงลำพัง และอาวุธชิ้นเดียวที่ใช้ได้คือสติ ซึ่งต้องสั่งสมด้วยการภาวนาเท่านั้น
เมื่อตั้งหลักที่บ้านเกิด ท่านสร้างวัดป่าอุดมสมพรขึ้นในเขตตำบลพรรณาราวปี 2483 คู่กับวัดถ้ำขามบนสันเขาภูพาน วัดบนเขาแห่งนี้ต่อมาเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี จนท่านละสังขารที่นั่นในปี 2537 กุฏิไม้หลังเดิมของหลวงปู่ฝั้นทั้งที่ถ้ำขามและที่วัดป่าอุดมสมพรยังได้รับการรักษาไว้ คนรุ่นหลังจึงยังเห็นว่าพระที่คนทั้งประเทศเคารพนั้นอยู่อาศัยอย่างไร
ช่วงปลายชีวิต ศรัทธาต่อท่านขยายจากชาวบ้านสกลนครไปถึงระดับประเทศ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จไปนมัสการและสนทนาธรรมกับท่านที่วัดป่าอุดมสมพร หนังสืออนุสรณ์ของท่านบันทึกบทสนทนาครั้งหนึ่งไว้ในปี 2515 ขณะที่แม่ชีสมใจ เทียมสมบูรณ์ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ เล่าถึงการเสด็จในปี 2519 และบอกว่ายังมีอีกหลายครั้งหลังจากนั้น ปีที่แต่ละแหล่งระบุจึงต่างกันบ้าง แต่ตรงกันว่าเสด็จมากกว่าหนึ่งครั้ง
เรื่องวัตถุมงคล คมชัดลึกระบุว่าเหรียญรูปเหมือนของท่านมีมากกว่า 100 รุ่น และมีธรรมเนียมที่ต่างจากหลายสำนัก คือไม่เปิดให้สั่งจองหรือเช่าบูชา ผู้สร้างถวายลงขันกันเอง แล้วถวายเหรียญส่วนหนึ่งให้ท่านแจกฟรี คนที่ได้รับบ่อยที่สุดคือชาวบ้านที่มาช่วยงานก่อสร้างวัดโดยไม่รับค่าแรง ซึ่งท่านมักแจกให้ตอนเย็น พล.ต.ต.ไพรินทร์ บุณยะผลึก ซึ่งเคยเป็นสารวัตรใหญ่ที่สกลนครและได้รับแจกเหรียญเป็นประจำ ได้จดรายละเอียดแต่ละรุ่นไว้จนกลายเป็นทำเนียบเหรียญที่นักสะสมใช้อ้างอิงทุกวันนี้
รุ่นที่วงการถือเป็นรุ่นแรกคือเหรียญปี 2507 ที่คณะศิษย์ทหารอากาศ นำโดย น.อ.เกษม งามเอก จัดสร้าง เป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปท่านครึ่งองค์หันข้าง ด้านหลังระบุชื่อวัดป่าถ้ำขาม คมชัดลึกระบุว่าเนื้ออัลปาก้ามี 219 เหรียญ โดยมีตัวเลขตอกไว้ที่ขอบล่างด้านหลัง เนื้อทองคำ 3 เหรียญ และเนื้อทองแดงที่เป็นเหรียญลองพิมพ์อีกราว 10 เหรียญ คอลัมน์พระเครื่องของไทยรัฐที่บรรยายเหรียญแบบเดียวกันพิมพ์ปีไว้เป็น 2517 ซึ่งน่าจะคลาดเคลื่อน เพราะแหล่งอื่นให้ตรงกันที่ 2507 ผู้สนใจจึงควรตรวจทำเนียบและรายละเอียดของเหรียญประกอบกัน
หลวงปู่ฝั้นมรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพรในคืนวันที่ 4 มกราคม 2520 สิริอายุ 77 ปีเต็ม (บางแหล่งนับเป็น 78 ปี) 58 พรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จไปทรงสรงน้ำศพและพระราชทานหีบทองประกอบศพ และเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2521 เสด็จพระราชทานเพลิงศพเป็นการส่วนพระองค์ เทศบาลตำบลพรรณานครบันทึกว่าหลังสรงน้ำศพ พระองค์มีพระราชกระแสให้ศิษย์ทั้งหลายสามัคคีกัน และเก็บอัฐิกับอัฐบริขารไว้ในที่เดียวกัน คณะศิษย์จึงสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ขึ้นตรงที่ถวายเพลิง รูปทรงเป็นเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น สูง 27.9 เมตร เริ่มสร้างราวปี 2523 โดยในหลวงเสด็จมาวางศิลาฤกษ์ และแล้วเสร็จในปี 2525 ภายในมีรูปเหมือนท่านขนาดเท่าองค์จริงนั่งห้อยเท้าถือไม้เท้า พร้อมอัฐิและเครื่องใช้ประจำตัวให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาจนทุกวันนี้
จุดเปลี่ยนของชีวิตมาถึงในปี 2463 เมื่อท่านได้พบพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และขอถวายตัวเป็นศิษย์ จากนั้นอีกหลายปี คือวันที่ 21 พฤษภาคม 2468 ท่านญัตติเป็นพระธรรมยุตที่วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ ช่วงหลายทศวรรษต่อมาคือชีวิตพระธุดงค์ตามแบบครูบาอาจารย์สายวัดป่า เดินจาริกตามป่าเขา อยู่ง่ายกินน้อย และให้การภาวนาเป็นงานหลัก คำสอนของท่านที่ศิษย์จดไว้มักเรียบและตรง ตอนหนึ่งท่านเปรียบความตายว่าเป็นสงครามใหญ่ที่ทุกคนต้องเข้าไปสู้เพียงลำพัง และอาวุธชิ้นเดียวที่ใช้ได้คือสติ ซึ่งต้องสั่งสมด้วยการภาวนาเท่านั้น
เมื่อตั้งหลักที่บ้านเกิด ท่านสร้างวัดป่าอุดมสมพรขึ้นในเขตตำบลพรรณาราวปี 2483 คู่กับวัดถ้ำขามบนสันเขาภูพาน วัดบนเขาแห่งนี้ต่อมาเป็นที่จำพรรษาของหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี จนท่านละสังขารที่นั่นในปี 2537 กุฏิไม้หลังเดิมของหลวงปู่ฝั้นทั้งที่ถ้ำขามและที่วัดป่าอุดมสมพรยังได้รับการรักษาไว้ คนรุ่นหลังจึงยังเห็นว่าพระที่คนทั้งประเทศเคารพนั้นอยู่อาศัยอย่างไร
ช่วงปลายชีวิต ศรัทธาต่อท่านขยายจากชาวบ้านสกลนครไปถึงระดับประเทศ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จไปนมัสการและสนทนาธรรมกับท่านที่วัดป่าอุดมสมพร หนังสืออนุสรณ์ของท่านบันทึกบทสนทนาครั้งหนึ่งไว้ในปี 2515 ขณะที่แม่ชีสมใจ เทียมสมบูรณ์ ซึ่งให้สัมภาษณ์กับโพสต์ทูเดย์ เล่าถึงการเสด็จในปี 2519 และบอกว่ายังมีอีกหลายครั้งหลังจากนั้น ปีที่แต่ละแหล่งระบุจึงต่างกันบ้าง แต่ตรงกันว่าเสด็จมากกว่าหนึ่งครั้ง
เรื่องวัตถุมงคล คมชัดลึกระบุว่าเหรียญรูปเหมือนของท่านมีมากกว่า 100 รุ่น และมีธรรมเนียมที่ต่างจากหลายสำนัก คือไม่เปิดให้สั่งจองหรือเช่าบูชา ผู้สร้างถวายลงขันกันเอง แล้วถวายเหรียญส่วนหนึ่งให้ท่านแจกฟรี คนที่ได้รับบ่อยที่สุดคือชาวบ้านที่มาช่วยงานก่อสร้างวัดโดยไม่รับค่าแรง ซึ่งท่านมักแจกให้ตอนเย็น พล.ต.ต.ไพรินทร์ บุณยะผลึก ซึ่งเคยเป็นสารวัตรใหญ่ที่สกลนครและได้รับแจกเหรียญเป็นประจำ ได้จดรายละเอียดแต่ละรุ่นไว้จนกลายเป็นทำเนียบเหรียญที่นักสะสมใช้อ้างอิงทุกวันนี้
รุ่นที่วงการถือเป็นรุ่นแรกคือเหรียญปี 2507 ที่คณะศิษย์ทหารอากาศ นำโดย น.อ.เกษม งามเอก จัดสร้าง เป็นเหรียญรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปท่านครึ่งองค์หันข้าง ด้านหลังระบุชื่อวัดป่าถ้ำขาม คมชัดลึกระบุว่าเนื้ออัลปาก้ามี 219 เหรียญ โดยมีตัวเลขตอกไว้ที่ขอบล่างด้านหลัง เนื้อทองคำ 3 เหรียญ และเนื้อทองแดงที่เป็นเหรียญลองพิมพ์อีกราว 10 เหรียญ คอลัมน์พระเครื่องของไทยรัฐที่บรรยายเหรียญแบบเดียวกันพิมพ์ปีไว้เป็น 2517 ซึ่งน่าจะคลาดเคลื่อน เพราะแหล่งอื่นให้ตรงกันที่ 2507 ผู้สนใจจึงควรตรวจทำเนียบและรายละเอียดของเหรียญประกอบกัน
หลวงปู่ฝั้นมรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพรในคืนวันที่ 4 มกราคม 2520 สิริอายุ 77 ปีเต็ม (บางแหล่งนับเป็น 78 ปี) 58 พรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จไปทรงสรงน้ำศพและพระราชทานหีบทองประกอบศพ และเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2521 เสด็จพระราชทานเพลิงศพเป็นการส่วนพระองค์ เทศบาลตำบลพรรณานครบันทึกว่าหลังสรงน้ำศพ พระองค์มีพระราชกระแสให้ศิษย์ทั้งหลายสามัคคีกัน และเก็บอัฐิกับอัฐบริขารไว้ในที่เดียวกัน คณะศิษย์จึงสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ขึ้นตรงที่ถวายเพลิง รูปทรงเป็นเจดีย์ฐานกลมกลีบบัวสามชั้น สูง 27.9 เมตร เริ่มสร้างราวปี 2523 โดยในหลวงเสด็จมาวางศิลาฤกษ์ และแล้วเสร็จในปี 2525 ภายในมีรูปเหมือนท่านขนาดเท่าองค์จริงนั่งห้อยเท้าถือไม้เท้า พร้อมอัฐิและเครื่องใช้ประจำตัวให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาจนทุกวันนี้
#ประวัติศาสตร์
#หลวงปู่ฝั้น
#สายพระป่า
#สกลนคร
Comments
No comments yet — be the first to comment