คาถาบูชาพระราหู
พระราหูเป็นเทพนพเคราะห์ที่คนไทยรู้จักจากตำนานการอมจันทร์อมอาทิตย์ จนเกิดเป็นคำว่าราหูอมจันทร์ ทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าราหูมีกำลังสิบสองและสัมพันธ์กับเลขแปด จึงนิยมไหว้ด้วยของดำแปดหรือสิบสองอย่าง เชื่อกันว่าการไหว้ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาในช่วงที่ดาวราหูโคจรไม่เป็นคุณ บทสวดชุดนี้นำมาจากพระปริตรที่พระพุทธเจ้าทรงให้ราหูปล่อยจันทร์และอาทิตย์
ตัวบท
กินนุ สันตะระมาโน วะราหุ สุริยัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ สุริยันติ กินนุ สันตะระมาโน วะราหุ จันทัง ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติ สัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติ คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ
บางแหล่งเขียน "อาคัมมะกินนุ" ติดกันในบรรทัดที่สอง ฉบับนี้เว้นวรรคตามไทยรัฐ ส่วนทิศที่หันหน้าไหว้แต่ละสื่อระบุต่างกัน บางแหล่งว่าตะวันตกเฉียงเหนือ คมชัดลึกว่าตะวันออกเฉียงเหนือ คาถาสั้นบรรทัดสุดท้ายตรงกับคาถาวันพุธกลางคืนในวิกิซอร์ซ
วิธีสวด
ตามธรรมเนียมนิยมไหว้กลางแจ้งในคืนวันพุธหรือวันที่ราหูย้าย จุดธูปดำ 8 ดอก ตั้งของดำ 8 หรือ 12 อย่าง ตั้งนะโม 3 จบ สวดบทบูชา 1 จบ แล้วภาวนา "คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ" 12 จบ จากนั้นจึงอธิษฐาน ทิศที่หันหน้าไหว้แต่ละแหล่งระบุไม่ตรงกัน
ความหมายโดยสรุป
แปดบรรทัดแรกมาจากพระปริตรในพระไตรปิฎก เป็นบทสนทนาที่ท้าวเวปจิตติถามราหูว่าเหตุใดจึงรีบปล่อยดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ราหูตอบว่าหากไม่ปล่อยเมื่อได้ยินคาถาของพระพุทธเจ้า ศีรษะของตนจะแตกเป็นเจ็ดเสี่ยง ใจความจึงสะท้อนพุทธานุภาพที่เหนือกว่าอำนาจราหู ส่วนบรรทัดสุดท้ายเป็นคาถาสั้นแบบไทยที่ใช้ภาวนาบูชาราหู