เล่าต่อกันมา
คำบอกเล่า
ปลัดขิก — เครื่องรางที่คนนอกขำ คนในเคารพ
ยอดเข้าชม
4
แหล่งอ้างอิง
3
ปลัดขิกคือเครื่องรางที่ทำเป็นรูปจำลองอวัยวะเพศชาย ส่วนใหญ่แกะจากไม้ที่ถือว่าเป็นไม้มงคล บางชิ้นทำจากหิน ทองเหลือง ทองแดง กัลปังหา เขา งา หรือเขี้ยวสัตว์ มีตั้งแต่ขนาดเล็กเท่านิ้วไปจนถึงชิ้นใหญ่สำหรับถวายศาล ชื่อเรียกอื่นที่พบคืออ้ายขิก และในหนังสือเก่าเรียกว่าขุนเพ็ด ศรัณย์ ทองปาน เขียนในนิตยสารสารคดีว่าหลักฐานทางภาษาบ่งว่าของชิ้นนี้อยู่คู่ชายไทยทุกระดับมานาน จนมีคำราชาศัพท์เรียกเฉพาะว่าทองพระขุน สำหรับคนนอกวัฒนธรรม ปลัดขิกอาจเป็นของแปลกที่ชวนหัวเราะ แต่ในระบบความเชื่อไทยมันเป็นเครื่องรางที่มีที่ทางของตัวเองชัดเจน
ที่มาของชื่อยังไม่มีข้อยุติ วิกิพีเดียรวบรวมข้อสันนิษฐานไว้หลายทาง คำว่าปลัดอาจหมายถึงตำแหน่งรองที่คอยติดตามผู้ใหญ่ หรืออาจเพี้ยนมาจากคำสันสกฤตที่แปลว่าเคียงข้าง เพราะนิยมแขวนไว้ข้างเอว ส่วนคำว่าขิกบางคนว่ามาจากเสียงหัวเราะคิกคักของคนที่เห็น ข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นนิรุกติศาสตร์พื้นบ้านที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
เรื่องรากความเชื่อ บทความวิชาการเรื่อง ปลัดขิกนี้มีที่มา ของภาณุเดช จริยฐิตินันท์ และผ่องพิชญ์ สวงรัมย์ ในวารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปี 2565 วิเคราะห์ที่มาไว้สองสายหลัก สายแรกคือการกำเนิดเครื่องรางแบบสากลที่ผสมกับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์นิกายไศวะ ซึ่งบูชาศิวลึงค์ สายที่สองคือการนับถือผีของกลุ่มชนไทหรือไตซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของภูมิภาค แล้วทั้งสองสายจึงถูกรับเข้าสู่สังคมพุทธแบบไทยผ่านการปลุกเสก ขณะที่ศรัณย์ ทองปาน ชี้ว่าการนับถืออวัยวะเพศในฐานะสัญลักษณ์แห่งการก่อกำเนิดเป็นคติดึกดำบรรพ์ที่พบทั่วโลก ปลัดขิกจึงไม่จำเป็นต้องสืบมาจากศิวลึงค์โดยตรง แต่อาจมีรากเดียวกันเท่านั้น
ธรรมเนียมการใช้ปลัดขิกมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คนส่วนใหญ่แขวนไว้ที่เอว ไม่แขวนคอรวมกับพระเครื่อง เพราะถือว่าเป็นของต่ำ ต้องแยกจากของสูงอย่างพระพุทธรูปและเหรียญพระเกจิ ในอดีตผู้ใหญ่นิยมผูกปลัดขิกอันเล็กให้เด็กผู้ชายเพื่อป้องกันอันตราย ส่วนแม่ค้าหลายคนเก็บปลัดขิกอันจิ๋วไว้ในกระป๋องหรือกล่องเก็บเงิน ด้วยความหมายดั้งเดิมที่ว่าด้วยการงอกงามทวีคูณ ทางภาคเหนือมีเครื่องรางแนวเดียวกันเรียกว่าฮีน ทำเป็นรูปคู่ชายหญิงตัวเล็ก และครูบาอาจารย์ให้ใส่ไว้ในที่เก็บเงินเช่นกัน ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่หลายแห่งยังรับปลัดขิกเป็นของแก้บน มักทำชิ้นใหญ่ทาสีแดง บางแห่งดัดแปลงให้มีปีกมีหางคล้ายเครื่องบินแขวนไว้เต็มศาล
สิ่งที่แยกปลัดขิกที่เป็นเครื่องรางออกจากของที่ระลึกคือพิธีกรรม วิกิพีเดียระบุว่าเมื่อแกะเสร็จแล้วต้องผ่านการปลุกเสกโดยผู้มีวิชาหรือพระภิกษุ และปัจจุบันปลัดขิกส่วนใหญ่ได้รับการปลุกเสกจากพระ ด้วยความเชื่อว่าจะได้พุทธคุณประกอบ ผู้ศรัทธาบางคนแกะเองแล้วนำไปให้พระที่ตนนับถือปลุกเสก พระเกจิที่มีชื่อด้านนี้มีหลายรูป ชื่อหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงคือหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก จังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องอภินิหารที่เล่ากันเกี่ยวกับปลัดขิกของแต่ละสำนักมีมากมาย แต่เป็นคำบอกเล่าที่พิสูจน์ไม่ได้ และควรฟังในฐานะวัฒนธรรมมากกว่าข้อเท็จจริง
ในยุคปัจจุบัน ปลัดขิกยังถูกมองเป็นงานศิลปะแกะสลักด้วย บางชิ้นแกะผสมรูปลิงหรือรูปหญิง ซึ่งผู้ทำมักแฝงความหมายไว้ เช่น ลิงหมายถึงความคล่องแคล่ว หญิงหมายถึงเสน่ห์ และมีไม่น้อยที่ทำขึ้นเป็นของสะสมหรือของฝากสำหรับชาวต่างชาติ บทความในวารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ อธิบายว่าเครื่องรางชนิดนี้ยังถูกผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่องเพราะตอบความต้องการพื้นฐานของผู้คน ทั้งความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่นใจในการทำมาหากิน
ปลัดขิกจึงเป็นของชิ้นเดียวที่อยู่ในสองโลกพร้อมกัน สำหรับคนนอกมันคือของแปลกชวนขำ สำหรับคนในมันคือของขลังที่มีธรรมเนียมกำกับทั้งที่แขวน วิธีเก็บ และผู้ปลุกเสก การทำความเข้าใจปลัดขิกอย่างจริงจังจึงไม่ต้องเริ่มจากการเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เริ่มจากการมองว่าคนไทยใช้สัญลักษณ์ของการก่อกำเนิดมาจัดการกับความไม่แน่นอนในชีวิตอย่างไร
ที่มาของชื่อยังไม่มีข้อยุติ วิกิพีเดียรวบรวมข้อสันนิษฐานไว้หลายทาง คำว่าปลัดอาจหมายถึงตำแหน่งรองที่คอยติดตามผู้ใหญ่ หรืออาจเพี้ยนมาจากคำสันสกฤตที่แปลว่าเคียงข้าง เพราะนิยมแขวนไว้ข้างเอว ส่วนคำว่าขิกบางคนว่ามาจากเสียงหัวเราะคิกคักของคนที่เห็น ข้อสันนิษฐานเหล่านี้เป็นนิรุกติศาสตร์พื้นบ้านที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน
เรื่องรากความเชื่อ บทความวิชาการเรื่อง ปลัดขิกนี้มีที่มา ของภาณุเดช จริยฐิตินันท์ และผ่องพิชญ์ สวงรัมย์ ในวารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ ปี 2565 วิเคราะห์ที่มาไว้สองสายหลัก สายแรกคือการกำเนิดเครื่องรางแบบสากลที่ผสมกับอิทธิพลศาสนาพราหมณ์นิกายไศวะ ซึ่งบูชาศิวลึงค์ สายที่สองคือการนับถือผีของกลุ่มชนไทหรือไตซึ่งเป็นความเชื่อดั้งเดิมของภูมิภาค แล้วทั้งสองสายจึงถูกรับเข้าสู่สังคมพุทธแบบไทยผ่านการปลุกเสก ขณะที่ศรัณย์ ทองปาน ชี้ว่าการนับถืออวัยวะเพศในฐานะสัญลักษณ์แห่งการก่อกำเนิดเป็นคติดึกดำบรรพ์ที่พบทั่วโลก ปลัดขิกจึงไม่จำเป็นต้องสืบมาจากศิวลึงค์โดยตรง แต่อาจมีรากเดียวกันเท่านั้น
ธรรมเนียมการใช้ปลัดขิกมีรายละเอียดที่น่าสนใจ คนส่วนใหญ่แขวนไว้ที่เอว ไม่แขวนคอรวมกับพระเครื่อง เพราะถือว่าเป็นของต่ำ ต้องแยกจากของสูงอย่างพระพุทธรูปและเหรียญพระเกจิ ในอดีตผู้ใหญ่นิยมผูกปลัดขิกอันเล็กให้เด็กผู้ชายเพื่อป้องกันอันตราย ส่วนแม่ค้าหลายคนเก็บปลัดขิกอันจิ๋วไว้ในกระป๋องหรือกล่องเก็บเงิน ด้วยความหมายดั้งเดิมที่ว่าด้วยการงอกงามทวีคูณ ทางภาคเหนือมีเครื่องรางแนวเดียวกันเรียกว่าฮีน ทำเป็นรูปคู่ชายหญิงตัวเล็ก และครูบาอาจารย์ให้ใส่ไว้ในที่เก็บเงินเช่นกัน ศาลเจ้าพ่อเจ้าแม่หลายแห่งยังรับปลัดขิกเป็นของแก้บน มักทำชิ้นใหญ่ทาสีแดง บางแห่งดัดแปลงให้มีปีกมีหางคล้ายเครื่องบินแขวนไว้เต็มศาล
สิ่งที่แยกปลัดขิกที่เป็นเครื่องรางออกจากของที่ระลึกคือพิธีกรรม วิกิพีเดียระบุว่าเมื่อแกะเสร็จแล้วต้องผ่านการปลุกเสกโดยผู้มีวิชาหรือพระภิกษุ และปัจจุบันปลัดขิกส่วนใหญ่ได้รับการปลุกเสกจากพระ ด้วยความเชื่อว่าจะได้พุทธคุณประกอบ ผู้ศรัทธาบางคนแกะเองแล้วนำไปให้พระที่ตนนับถือปลุกเสก พระเกจิที่มีชื่อด้านนี้มีหลายรูป ชื่อหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงคือหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก จังหวัดฉะเชิงเทรา เรื่องอภินิหารที่เล่ากันเกี่ยวกับปลัดขิกของแต่ละสำนักมีมากมาย แต่เป็นคำบอกเล่าที่พิสูจน์ไม่ได้ และควรฟังในฐานะวัฒนธรรมมากกว่าข้อเท็จจริง
ในยุคปัจจุบัน ปลัดขิกยังถูกมองเป็นงานศิลปะแกะสลักด้วย บางชิ้นแกะผสมรูปลิงหรือรูปหญิง ซึ่งผู้ทำมักแฝงความหมายไว้ เช่น ลิงหมายถึงความคล่องแคล่ว หญิงหมายถึงเสน่ห์ และมีไม่น้อยที่ทำขึ้นเป็นของสะสมหรือของฝากสำหรับชาวต่างชาติ บทความในวารสาร มจร อุบลปริทรรศน์ อธิบายว่าเครื่องรางชนิดนี้ยังถูกผลิตซ้ำอย่างต่อเนื่องเพราะตอบความต้องการพื้นฐานของผู้คน ทั้งความปลอดภัย ความอุดมสมบูรณ์ และความมั่นใจในการทำมาหากิน
ปลัดขิกจึงเป็นของชิ้นเดียวที่อยู่ในสองโลกพร้อมกัน สำหรับคนนอกมันคือของแปลกชวนขำ สำหรับคนในมันคือของขลังที่มีธรรมเนียมกำกับทั้งที่แขวน วิธีเก็บ และผู้ปลุกเสก การทำความเข้าใจปลัดขิกอย่างจริงจังจึงไม่ต้องเริ่มจากการเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เริ่มจากการมองว่าคนไทยใช้สัญลักษณ์ของการก่อกำเนิดมาจัดการกับความไม่แน่นอนในชีวิตอย่างไร
#คำบอกเล่า
#ปลัดขิก
#เครื่องราง
ของสายมูน่าใช้
ลิงก์พันธมิตร
แผ่นทอง พระราหู
ประมาณ
฿15
ดูที่ Shopee
ธูปท้าวเวสสุวรรณแท่งสีทอง ปั้มนูนสวยงาม (ทำพิธีปลุกเสกแล้ว) ธูปขอหวย
ประมาณ
฿69
ดูที่ Shopee
สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น