เล่าต่อกันมา
ตำนาน
หลวงพ่อวัดไร่ขิง — พระลอยน้ำแห่งลุ่มนครชัยศรี
ยอดเข้าชม
1
แหล่งอ้างอิง
3
วัดไร่ขิงตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน หรือที่คนถิ่นนั้นเรียกว่าแม่น้ำนครชัยศรี ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม คำบอกเล่าของคนรุ่นเก่าและประวัติวัดระบุว่าวัดสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2394 ช่วงรอยต่อปลายรัชกาลที่ 3 กับต้นรัชกาลที่ 4 ผู้สร้างคือพระเถระชาวนครชัยศรีที่ขณะนั้นเป็นเจ้าอาวาสวัดศาลาปูน กรุงเก่า และต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) ชื่อวัดมาจากชุมชนแถบนั้นที่มีชาวจีนมาตั้งบ้านเรือนและนิยมปลูกขิงกันมาก ราว พ.ศ. 2446 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจการคณะสงฆ์มาถึงที่นี่ และประทานนามใหม่ว่าวัดมงคลจินดาราม แต่ชื่อที่ติดปากผู้คนและใช้ในทางราชการก็ยังคงเป็นวัดไร่ขิง วัดได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีเมื่อ พ.ศ. 2533
สิ่งที่ทำให้วัดริมน้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศคือพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งไม่มีนามเฉพาะ ผู้คนจึงเรียกตามชื่อวัดว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิง ตำนานการมาถึงของท่านมีหลายสำนวน สำนวนแรกเล่าแบบเรียบง่ายว่า เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) มาเยี่ยมวัดและกราบพระประธาน ท่านเห็นว่าพระอุโบสถใหญ่แต่พระประธานเล็กไป เจ้าอาวาสตอบว่าวัดจนสร้างพระองค์ใหญ่ไม่ไหว ท่านจึงบอกให้ขึ้นไปอัญเชิญพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่วัดศาลาปูนลงมา เจ้าอาวาสกับกรรมการวัดจึงนำไม้ไผ่มามัดเป็นแพ ล่องพระลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเข้าแม่น้ำท่าจีนจนถึงหน้าวัด
อีกสำนวนหนึ่งเป็นแบบพระลอยน้ำที่คนภาคกลางคุ้นเคย เล่าว่ามีพี่น้องชาวเมืองเหนือห้าคนบวชจนบรรลุธรรม แล้วตั้งจิตว่าแม้ตายไปก็จะช่วยผู้คนต่อไป ดวงจิตทั้งห้าสถิตในพระพุทธรูปห้าองค์ที่ลอยน้ำแยกกันไปตามแม่น้ำห้าสาย องค์หนึ่งขึ้นที่วัดโสธรริมบางปะกง องค์หนึ่งขึ้นที่วัดไร่ขิงริมท่าจีน องค์หนึ่งขึ้นที่วัดบางพลีริมเจ้าพระยา องค์หนึ่งขึ้นที่วัดบ้านแหลมริมแม่กลอง และอีกองค์ขึ้นที่วัดเขาตะเคราเมืองเพชรบุรี บางสำนวนของนครปฐมเองเล่าว่ามีเพียงสามองค์ และผูกชื่อตำบลริมน้ำหลายแห่งเข้ากับเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพยายามฉุดพระขึ้นฝั่งไม่สำเร็จ เช่น บางพระ และสามประทวน การเดินทางด้วยแพจริงกับตำนานพระลอยน้ำจึงซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก ซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกับพระศักดิ์สิทธิ์ริมน้ำหลายองค์ของภาคกลาง
ตำนานทุกสำนวนตรงกันที่วันอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งปีนั้นตรงกับวันสงกรานต์พอดี ชาวบ้านจึงมาชุมนุมกันมาก เล่ากันว่าขณะเชิญองค์พระขึ้นจากแพ แดดที่ร้อนจัดกลับหายไป เมฆดำตั้งเค้า แล้วฝนก็โปรยลงมาให้ความเย็นทั่วบริเวณ ผู้คนจึงอธิษฐานพร้อมกันให้หลวงพ่อดับความร้อนและคลายทุกข์ดุจสายฝนนั้น วันดังกล่าวจึงกลายเป็นวันงานนมัสการและปิดทองประจำปีของวัดที่จัดคาบเกี่ยวช่วงสงกรานต์มาจนทุกวันนี้ ควบคู่กับการแข่งเรือยาวประเพณีหน้าวัดที่จัดเพื่อรำลึกการอัญเชิญหลวงพ่อมาทางน้ำ
ในทางพุทธศิลป์ หลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ประทับบนฐานชุกชีห้าชั้น ขนาดที่บันทึกไว้มีต่างกันเล็กน้อย บางแหล่งว่าหน้าตักกว้างสี่ศอกเศษ บางแหล่งว่าห้าศอกเศษ ส่วนความสูงราวสี่ศอกกว่า ผู้ศึกษาพุทธลักษณะมองว่าท่านผสมศิลปะหลายยุคไว้ด้วยกัน ทรวดทรงผึ่งผายแบบเชียงแสน นิ้วพระหัตถ์เรียวแบบสุโขทัย และพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม มีไรพระศกกับเม็ดพระศกเล็กถี่แบบอู่ทอง ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องเล่าว่าองค์พระมาจากกรุงเก่า ไม่ได้สร้างขึ้นที่นครปฐมเอง
ความศรัทธาต่อหลวงพ่อวัดไร่ขิงผูกกับเรื่องความร่มเย็นและการพ้นทุกข์ ตามคำอธิษฐานในวันที่ฝนโปรยลงมา ในอดีตยังเคยมีผู้เข้าใจผิดว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระเกจิที่มีตัวตน ทั้งที่จริงคือพระพุทธรูปประธาน ในแง่วัตถุมงคล วัดได้จัดสร้างเหรียญและพระจำลององค์หลวงพ่อในหลายวาระ รุ่นเก่าที่มีประวัติชัดเป็นที่ต้องการของผู้สะสมสายพระพุทธ ผู้ที่สนใจควรศึกษาประวัติการจัดสร้างของแต่ละรุ่นจากเอกสารของวัดก่อนเสมอ
เรื่องของหลวงพ่อวัดไร่ขิงจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่ประวัติกับตำนานเดินคู่กัน ด้านหนึ่งมีหลักฐานพอสมควรว่าพระพุทธรูปถูกล่องแพมาจากวัดศาลาปูนด้วยดำริของพระเถระผู้เป็นคนท้องถิ่น อีกด้านหนึ่งคือตำนานพระลอยน้ำพี่น้องที่ผูกแม่น้ำหลายสายของภาคกลางไว้ด้วยกัน ทั้งสองเรื่องไม่จำเป็นต้องหักล้างกัน เพราะสิ่งที่ผู้คนริมท่าจีนสืบทอดมากว่าร้อยเจ็ดสิบปีคือความผูกพันกับพระพุทธรูปองค์เดียวกันนี้
สิ่งที่ทำให้วัดริมน้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักทั่วประเทศคือพระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งไม่มีนามเฉพาะ ผู้คนจึงเรียกตามชื่อวัดว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิง ตำนานการมาถึงของท่านมีหลายสำนวน สำนวนแรกเล่าแบบเรียบง่ายว่า เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (พุก) มาเยี่ยมวัดและกราบพระประธาน ท่านเห็นว่าพระอุโบสถใหญ่แต่พระประธานเล็กไป เจ้าอาวาสตอบว่าวัดจนสร้างพระองค์ใหญ่ไม่ไหว ท่านจึงบอกให้ขึ้นไปอัญเชิญพระพุทธรูปองค์หนึ่งที่วัดศาลาปูนลงมา เจ้าอาวาสกับกรรมการวัดจึงนำไม้ไผ่มามัดเป็นแพ ล่องพระลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเข้าแม่น้ำท่าจีนจนถึงหน้าวัด
อีกสำนวนหนึ่งเป็นแบบพระลอยน้ำที่คนภาคกลางคุ้นเคย เล่าว่ามีพี่น้องชาวเมืองเหนือห้าคนบวชจนบรรลุธรรม แล้วตั้งจิตว่าแม้ตายไปก็จะช่วยผู้คนต่อไป ดวงจิตทั้งห้าสถิตในพระพุทธรูปห้าองค์ที่ลอยน้ำแยกกันไปตามแม่น้ำห้าสาย องค์หนึ่งขึ้นที่วัดโสธรริมบางปะกง องค์หนึ่งขึ้นที่วัดไร่ขิงริมท่าจีน องค์หนึ่งขึ้นที่วัดบางพลีริมเจ้าพระยา องค์หนึ่งขึ้นที่วัดบ้านแหลมริมแม่กลอง และอีกองค์ขึ้นที่วัดเขาตะเคราเมืองเพชรบุรี บางสำนวนของนครปฐมเองเล่าว่ามีเพียงสามองค์ และผูกชื่อตำบลริมน้ำหลายแห่งเข้ากับเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพยายามฉุดพระขึ้นฝั่งไม่สำเร็จ เช่น บางพระ และสามประทวน การเดินทางด้วยแพจริงกับตำนานพระลอยน้ำจึงซ้อนทับกันจนแยกไม่ออก ซึ่งเป็นแบบแผนเดียวกับพระศักดิ์สิทธิ์ริมน้ำหลายองค์ของภาคกลาง
ตำนานทุกสำนวนตรงกันที่วันอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งปีนั้นตรงกับวันสงกรานต์พอดี ชาวบ้านจึงมาชุมนุมกันมาก เล่ากันว่าขณะเชิญองค์พระขึ้นจากแพ แดดที่ร้อนจัดกลับหายไป เมฆดำตั้งเค้า แล้วฝนก็โปรยลงมาให้ความเย็นทั่วบริเวณ ผู้คนจึงอธิษฐานพร้อมกันให้หลวงพ่อดับความร้อนและคลายทุกข์ดุจสายฝนนั้น วันดังกล่าวจึงกลายเป็นวันงานนมัสการและปิดทองประจำปีของวัดที่จัดคาบเกี่ยวช่วงสงกรานต์มาจนทุกวันนี้ ควบคู่กับการแข่งเรือยาวประเพณีหน้าวัดที่จัดเพื่อรำลึกการอัญเชิญหลวงพ่อมาทางน้ำ
ในทางพุทธศิลป์ หลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระพุทธรูปสำริดลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย ประทับบนฐานชุกชีห้าชั้น ขนาดที่บันทึกไว้มีต่างกันเล็กน้อย บางแหล่งว่าหน้าตักกว้างสี่ศอกเศษ บางแหล่งว่าห้าศอกเศษ ส่วนความสูงราวสี่ศอกกว่า ผู้ศึกษาพุทธลักษณะมองว่าท่านผสมศิลปะหลายยุคไว้ด้วยกัน ทรวดทรงผึ่งผายแบบเชียงแสน นิ้วพระหัตถ์เรียวแบบสุโขทัย และพระพักตร์ค่อนข้างเหลี่ยม มีไรพระศกกับเม็ดพระศกเล็กถี่แบบอู่ทอง ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องเล่าว่าองค์พระมาจากกรุงเก่า ไม่ได้สร้างขึ้นที่นครปฐมเอง
ความศรัทธาต่อหลวงพ่อวัดไร่ขิงผูกกับเรื่องความร่มเย็นและการพ้นทุกข์ ตามคำอธิษฐานในวันที่ฝนโปรยลงมา ในอดีตยังเคยมีผู้เข้าใจผิดว่าหลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระเกจิที่มีตัวตน ทั้งที่จริงคือพระพุทธรูปประธาน ในแง่วัตถุมงคล วัดได้จัดสร้างเหรียญและพระจำลององค์หลวงพ่อในหลายวาระ รุ่นเก่าที่มีประวัติชัดเป็นที่ต้องการของผู้สะสมสายพระพุทธ ผู้ที่สนใจควรศึกษาประวัติการจัดสร้างของแต่ละรุ่นจากเอกสารของวัดก่อนเสมอ
เรื่องของหลวงพ่อวัดไร่ขิงจึงเป็นตัวอย่างที่ดีของการที่ประวัติกับตำนานเดินคู่กัน ด้านหนึ่งมีหลักฐานพอสมควรว่าพระพุทธรูปถูกล่องแพมาจากวัดศาลาปูนด้วยดำริของพระเถระผู้เป็นคนท้องถิ่น อีกด้านหนึ่งคือตำนานพระลอยน้ำพี่น้องที่ผูกแม่น้ำหลายสายของภาคกลางไว้ด้วยกัน ทั้งสองเรื่องไม่จำเป็นต้องหักล้างกัน เพราะสิ่งที่ผู้คนริมท่าจีนสืบทอดมากว่าร้อยเจ็ดสิบปีคือความผูกพันกับพระพุทธรูปองค์เดียวกันนี้
#ตำนาน
#หลวงพ่อวัดไร่ขิง
#พระลอยน้ำ
#นครปฐม
ของสายมูน่าใช้
ลิงก์พันธมิตร
ธูปท้าวเวสสุวรรณแท่งสีทอง ปั้มนูนสวยงาม (ทำพิธีปลุกเสกแล้ว) ธูปขอหวย
ประมาณ
฿69
ดูที่ Shopee
ไม้เซียมซี รุ่น “เสี่ยงโชค”
ประมาณ
฿42
ดูที่ Shopee
สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น