มีหลายแหล่งยืนยันตรงกัน
ประวัติศาสตร์
พรานบุญกับรอยพระบาทบนเขาสุวรรณบรรพต — กำเนิดพระพุทธบาทสระบุรี
ยอดเข้าชม
1
แหล่งอ้างอิง
4
สำหรับคนกรุงศรีอยุธยา การไปนมัสการพระพุทธบาทที่สระบุรีเป็นทั้งการแสวงบุญและการเดินทางครั้งสำคัญในชีวิต ความเชื่อเรื่องรอยพระบาทมีรากมาจากคัมภีร์ทางพุทธศาสนา วารสารเมืองโบราณอธิบายว่าคนไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาอ้างอิงปุณโณวาทสูตร ที่เล่าว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมายังเขาสัจจพันธบรรพต และประทับรอยพระบาทไว้ตามคำอาราธนาของสัจจพันธฤาษี เพื่อเป็นที่สักการะของคนรุ่นหลัง แต่ภูเขาในคัมภีร์นั้นอยู่ที่ใดกันแน่ เป็นคำถามที่คนสยามยังไม่มีคำตอบ จนถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
ตามประวัติที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรีเผยแพร่ ครั้งนั้นมีพระภิกษุชาวสยามเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทบนเขาสุมนกูฏในลังกา พระเถระชาวลังกากลับบอกว่า ในสยามเองก็มีรอยพระพุทธบาทอยู่บนเขาสุวรรณบรรพต ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงศรีอยุธยา เมื่อความนี้ขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงโปรดให้หัวเมืองต่าง ๆ ช่วยกันสืบหา
ส่วนที่เป็นตำนานพื้นบ้านอันเป็นที่รู้จักที่สุดคือเรื่องของพรานบุญ ตามที่เว็บไซต์จังหวัดสระบุรีเล่าไว้ พรานบุญออกล่าสัตว์ในป่าเชิงเขา ยิงถูกกวางตัวหนึ่ง กวางหนีขึ้นไปบนไหล่เขาแล้วหายเข้าไปในพุ่มไม้ ไม่นานก็วิ่งออกมาโดยไม่มีบาดแผลเลย พรานบุญแปลกใจจึงตามขึ้นไปดู พบแอ่งหินมีน้ำขังอยู่ เมื่อลองวักน้ำมาลูบตัว โรคผิวหนังที่เป็นอยู่ก็หายไป พรานจึงตักน้ำออกจนแห้ง แล้วเห็นลายเส้นเป็นรูปกงจักรอยู่ในแอ่งนั้น เรื่องนี้ถูกรายงานต่อเจ้าเมืองและส่งต่อถึงราชสำนัก รายละเอียดเรื่องกวางหายบาดเจ็บและน้ำรักษาโรคเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีบันทึกยืนยัน แต่ใจความหลักที่ว่ามีการพบรอยบนเขาในรัชกาลนี้ และพระมหากษัตริย์เสด็จไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง เป็นเรื่องที่แหล่งข้อมูลทุกแหล่งกล่าวตรงกัน
เมื่อสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเสด็จไปถึง ทรงพิจารณาเห็นว่ารอยนั้นมีลายกงจักรและมงคล 108 ประการตามลักษณะรอยพระพุทธบาท จึงโปรดให้สร้างมณฑปครอบรอยพระบาท พร้อมสร้างกุฏิวิหารและจัดตั้งเป็นพระอาราม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรีระบุว่าวัดพระพุทธบาทสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2167 ซึ่งบางแหล่งเรียกช่วงนี้ว่าราว พ.ศ. 2166 ถึง 2167 ความต่างเล็กน้อยนี้มาจากการเทียบศักราชในเอกสารต่างฉบับ รอยพระบาทที่มีการวัดไว้มีขนาดกว้างราว 21 นิ้ว ยาวราว 60 นิ้ว และลึกราว 11 นิ้ว
นับแต่นั้นพระพุทธบาทก็กลายเป็นจุดหมายของการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์อยุธยาหลายพระองค์ เอกสารประกอบนิทรรศการสมบัติของแผ่นดินที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค เผยแพร่ ระบุว่าในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีหลักฐานเรื่องกระบวนพยุหยาตราเพชรพวง ซึ่งเป็นกระบวนเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทโดยเฉพาะ การเดินทางเช่นนี้เป็นกิจกรรมใหญ่ของราชสำนัก มีทั้งขบวนทางน้ำและทางบก และได้ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งในวรรณกรรมและในโบราณสถานรายทาง ประเพณีเสด็จพระพุทธบาทจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญส่วนพระองค์ แต่เป็นพระราชพิธีที่แสดงความเป็นศูนย์กลางพุทธจักรของกรุงศรีอยุธยา
ความผูกพันนี้ต่อเนื่องมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตามข้อมูลของจังหวัดสระบุรี รัชกาลที่ 1 โปรดให้บูรณะใน พ.ศ. 2330 รัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ทรงบูรณะเพิ่มเติม ยอดมณฑปถูกปรับรูปแบบหลายครั้ง จนในสมัยรัชกาลที่ 6 ราว พ.ศ. 2465 มีการเปลี่ยนโครงสร้างส่วนยอดจากไม้เป็นคอนกรีต มณฑปปัจจุบันสูงราว 37.25 เมตร ประดับกระจกสีและลวดลายทองแดง วารสารเมืองโบราณยังรายงานว่าบนเขาพระพุทธบาทมีกลุ่มโบราณสถานร้างที่ยังไม่ได้บูรณะหรือกำหนดอายุอย่างเป็นทางการ รวมถึงหินที่มีจารึกศักราชเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายวาระ และหินจารึกที่ปรากฏในภาพลายเส้นของอ็องรี มูโอต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2401
ทุกวันนี้วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารยังจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทปีละสองช่วง คือช่วงต้นเดือนสามและช่วงต้นเดือนสี่ตามจันทรคติ ส่วนในวันเข้าพรรษาก็มีประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศ สำหรับนักสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคล ของที่ระลึกจากพระพุทธบาทสะท้อนการเดินทางแสวงบุญที่สืบต่อมาเกือบสี่ร้อยปี สิ่งที่ควรแยกให้ออกเมื่อเล่าเรื่องนี้คือ การค้นพบและการสร้างพระอารามในรัชกาลพระเจ้าทรงธรรมเป็นประวัติศาสตร์ ส่วนรายละเอียดเรื่องกวางและน้ำศักดิ์สิทธิ์ของพรานบุญเป็นตำนานที่ทำให้เรื่องจริงนั้นมีชีวิตชีวาขึ้น
ตามประวัติที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรีเผยแพร่ ครั้งนั้นมีพระภิกษุชาวสยามเดินทางไปนมัสการพระพุทธบาทบนเขาสุมนกูฏในลังกา พระเถระชาวลังกากลับบอกว่า ในสยามเองก็มีรอยพระพุทธบาทอยู่บนเขาสุวรรณบรรพต ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงศรีอยุธยา เมื่อความนี้ขึ้นกราบบังคมทูล สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมจึงโปรดให้หัวเมืองต่าง ๆ ช่วยกันสืบหา
ส่วนที่เป็นตำนานพื้นบ้านอันเป็นที่รู้จักที่สุดคือเรื่องของพรานบุญ ตามที่เว็บไซต์จังหวัดสระบุรีเล่าไว้ พรานบุญออกล่าสัตว์ในป่าเชิงเขา ยิงถูกกวางตัวหนึ่ง กวางหนีขึ้นไปบนไหล่เขาแล้วหายเข้าไปในพุ่มไม้ ไม่นานก็วิ่งออกมาโดยไม่มีบาดแผลเลย พรานบุญแปลกใจจึงตามขึ้นไปดู พบแอ่งหินมีน้ำขังอยู่ เมื่อลองวักน้ำมาลูบตัว โรคผิวหนังที่เป็นอยู่ก็หายไป พรานจึงตักน้ำออกจนแห้ง แล้วเห็นลายเส้นเป็นรูปกงจักรอยู่ในแอ่งนั้น เรื่องนี้ถูกรายงานต่อเจ้าเมืองและส่งต่อถึงราชสำนัก รายละเอียดเรื่องกวางหายบาดเจ็บและน้ำรักษาโรคเป็นตำนานที่เล่าสืบกันมา ไม่ใช่เหตุการณ์ที่มีบันทึกยืนยัน แต่ใจความหลักที่ว่ามีการพบรอยบนเขาในรัชกาลนี้ และพระมหากษัตริย์เสด็จไปทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง เป็นเรื่องที่แหล่งข้อมูลทุกแหล่งกล่าวตรงกัน
เมื่อสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมเสด็จไปถึง ทรงพิจารณาเห็นว่ารอยนั้นมีลายกงจักรและมงคล 108 ประการตามลักษณะรอยพระพุทธบาท จึงโปรดให้สร้างมณฑปครอบรอยพระบาท พร้อมสร้างกุฏิวิหารและจัดตั้งเป็นพระอาราม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสระบุรีระบุว่าวัดพระพุทธบาทสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2167 ซึ่งบางแหล่งเรียกช่วงนี้ว่าราว พ.ศ. 2166 ถึง 2167 ความต่างเล็กน้อยนี้มาจากการเทียบศักราชในเอกสารต่างฉบับ รอยพระบาทที่มีการวัดไว้มีขนาดกว้างราว 21 นิ้ว ยาวราว 60 นิ้ว และลึกราว 11 นิ้ว
นับแต่นั้นพระพุทธบาทก็กลายเป็นจุดหมายของการเสด็จพระราชดำเนินของพระมหากษัตริย์อยุธยาหลายพระองค์ เอกสารประกอบนิทรรศการสมบัติของแผ่นดินที่อุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค เผยแพร่ ระบุว่าในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมีหลักฐานเรื่องกระบวนพยุหยาตราเพชรพวง ซึ่งเป็นกระบวนเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทโดยเฉพาะ การเดินทางเช่นนี้เป็นกิจกรรมใหญ่ของราชสำนัก มีทั้งขบวนทางน้ำและทางบก และได้ทิ้งร่องรอยไว้ทั้งในวรรณกรรมและในโบราณสถานรายทาง ประเพณีเสด็จพระพุทธบาทจึงไม่ได้เป็นเพียงการทำบุญส่วนพระองค์ แต่เป็นพระราชพิธีที่แสดงความเป็นศูนย์กลางพุทธจักรของกรุงศรีอยุธยา
ความผูกพันนี้ต่อเนื่องมาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตามข้อมูลของจังหวัดสระบุรี รัชกาลที่ 1 โปรดให้บูรณะใน พ.ศ. 2330 รัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 4 ทรงบูรณะเพิ่มเติม ยอดมณฑปถูกปรับรูปแบบหลายครั้ง จนในสมัยรัชกาลที่ 6 ราว พ.ศ. 2465 มีการเปลี่ยนโครงสร้างส่วนยอดจากไม้เป็นคอนกรีต มณฑปปัจจุบันสูงราว 37.25 เมตร ประดับกระจกสีและลวดลายทองแดง วารสารเมืองโบราณยังรายงานว่าบนเขาพระพุทธบาทมีกลุ่มโบราณสถานร้างที่ยังไม่ได้บูรณะหรือกำหนดอายุอย่างเป็นทางการ รวมถึงหินที่มีจารึกศักราชเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายวาระ และหินจารึกที่ปรากฏในภาพลายเส้นของอ็องรี มูโอต์ นักสำรวจชาวฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ. 2401
ทุกวันนี้วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารยังจัดงานนมัสการรอยพระพุทธบาทปีละสองช่วง คือช่วงต้นเดือนสามและช่วงต้นเดือนสี่ตามจันทรคติ ส่วนในวันเข้าพรรษาก็มีประเพณีตักบาตรดอกเข้าพรรษาที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศ สำหรับนักสะสมพระเครื่องและวัตถุมงคล ของที่ระลึกจากพระพุทธบาทสะท้อนการเดินทางแสวงบุญที่สืบต่อมาเกือบสี่ร้อยปี สิ่งที่ควรแยกให้ออกเมื่อเล่าเรื่องนี้คือ การค้นพบและการสร้างพระอารามในรัชกาลพระเจ้าทรงธรรมเป็นประวัติศาสตร์ ส่วนรายละเอียดเรื่องกวางและน้ำศักดิ์สิทธิ์ของพรานบุญเป็นตำนานที่ทำให้เรื่องจริงนั้นมีชีวิตชีวาขึ้น
#รอยพระพุทธบาท
#สระบุรี
#พระเจ้าทรงธรรม
#ประเพณี
ของสายมูน่าใช้
ลิงก์พันธมิตร
ธูปท้าวเวสสุวรรณ ธูปแดง เลข3ตัวชัด
ประมาณ
฿69
ดูที่ Shopee
เสื้อลายภาษาไทย oversize
ประมาณ
฿88
ดูที่ Shopee
สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน
ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น