krutaek
ยืนยันแล้ว ประวัติศาสตร์

หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตร — ปูนที่กะเทาะเผยพระพุทธรูปทองคำ 5.5 ตัน

ยอดเข้าชม 4 แหล่งอ้างอิง 4
แชร์ Facebook LINE X
ริมถนนเจริญกรุง ย่านตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ ใกล้ปากทางเข้าเยาวราช มีวัดเก่าแห่งหนึ่งที่คนรุ่นก่อนเรียกว่า "วัดสามจีน" เอกสารของหอสมุดมหาวิทยาลัยศิลปากรซึ่งเรียบเรียงจากหนังสือของกรมการศาสนาบันทึกว่า เล่ากันมาว่าชาวจีนสามคนที่เป็นมิตรสนิทกันร่วมกันสร้างวัดนี้ขึ้น ต่อมาจึงได้ชื่อใหม่ว่า "วัดไตรมิตรวิทยาราม" โดยทำพิธีเปิดป้ายชื่อวัดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2482 และได้รับยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในปี 2499 ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่รู้จักวัดนี้จากพระพุทธรูปองค์เดียว คือ "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าหลวงพ่อทองคำ พระพุทธรูปปางมารวิชัยศิลปะสุโขทัยที่น้ำหนักรวมราว 5.5 ตัน แต่ตลอดเวลาหลายสิบปีก่อนหน้านั้น สิ่งที่ผู้คนมองเห็นเป็นเพียงพระปูนปั้นองค์ใหญ่ที่ไม่มีใครคิดว่ามีค่ามากไปกว่าพระปูนทั่วไป

ความเป็นมาช่วงแรกขององค์พระยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยยืนยันได้แน่ชัด นักวิชาการอาศัยพุทธศิลป์เป็นหลักและสันนิษฐานว่าเป็นงานช่างสุโขทัย บางความเห็นโยงไปถึงพระพุทธรูปสำคัญของเมืองสุโขทัยที่มีจารึกกล่าวถึงพระพุทธรูปทอง ส่วนเหตุที่ถูกพอกปูนทับไว้ทั้งองค์ ฐานข้อมูลของหอสมุดศิลปากรระบุว่ามีผู้โบกปูนหุ้มไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ความเชื่อที่เล่าต่อกันมาคือทำเพื่ออำพรางพระทองคำไม่ให้ข้าศึกเห็น ข้อนี้ฟังมีเหตุผล แต่ต้องย้ำว่าเป็นข้อสันนิษฐานและเรื่องเล่า ไม่ใช่บันทึกของผู้ลงมือพอกปูนเอง แม้แต่เส้นทางที่องค์พระเดินทางจากเมืองเหนือลงมาถึงบางกอกก็มีหลายทฤษฎี ทฤษฎีหนึ่งโยงกับการอัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองเหนือลงมาในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่ก็มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่าพระขนาดใหญ่และหนักเช่นนี้จะขนย้ายมาได้โดยปูนไม่แตกเลยหรือ

ที่พอยืนยันได้ชัดกว่าคือช่วงรัตนโกสินทร์ตอนปลาย องค์พระเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกร (วัดโชตนาราม) เมื่อวัดนั้นร่วงโรยจนร้าง และที่ดินถูกบริษัทต่างชาติเช่าไปใช้ทำกิจการ ทางการคณะสงฆ์จึงย้ายพระพุทธรูปออกไปไว้ตามวัดต่าง ๆ พระปูนองค์ใหญ่องค์นี้ถูกส่งมาที่วัดสามจีน หากนับย้อนจากที่วิกิพีเดียเล่าว่าองค์พระรออยู่ราวยี่สิบปีก่อนการค้นพบ ก็น่าจะอยู่ในราวทศวรรษ 2470 เนื่องจากวัดยังไม่มีอาคารที่ใหญ่พอ องค์พระจึงตั้งอยู่ใต้เพิงหลังคาสังกะสีอย่างเรียบง่ายเป็นเวลาราวยี่สิบปี ไม่มีใครรู้เลยว่าใต้ผิวปูนหมองคล้ำนั้นมีอะไรซ่อนอยู่

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อวัดสร้างวิหารหลังใหม่เสร็จและต้องเคลื่อนย้ายองค์พระขึ้นไปประดิษฐาน เอกสารของหอสมุดศิลปากรและวิกิพีเดียภาษาไทยตรงกันว่าปูนกะเทาะออกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2498 เรื่องที่เล่าต่อกันมามากที่สุดคือระหว่างใช้รอกยกองค์พระ เชือกหรือสลิงรับน้ำหนักไม่ไหวจนขาด องค์พระกระแทกพื้น ปูนบริเวณพระอุระแตกออกจนเห็นเนื้อโลหะสีเหลืองอร่ามอยู่ข้างใน รายละเอียดปลีกย่อยของเหตุการณ์ในวันนั้นแต่ละแหล่งเล่าไม่เหมือนกันนัก และบทความวิกิพีเดียเองยังมีบางตอนระบุปีเป็น 2497 จึงควรยึดวันที่ 25 พฤษภาคม 2498 ตามเอกสารอ้างอิงของทางราชการเป็นหลัก เมื่อกะเทาะปูนออกทั้งองค์ก็พบว่าองค์พระหล่อแยกเป็นหลายส่วนที่ถอดประกอบได้ ข่าวของไทยโพสต์ระบุว่ามีกุญแจล็อกซ่อนอยู่ใต้ฐานถึงเก้าจุด ซึ่งช่วยอธิบายว่าเหตุใดคนโบราณจึงเคลื่อนย้ายพระทองคำหนักหลายตันได้

ตัวเลขขนาดขององค์พระเป็นอีกเรื่องที่แหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน ฐานข้อมูลหอสมุดศิลปากรให้ความสูง 3.58 เมตร หน้าตักกว้าง 3.13 เมตร ขณะที่วิกิพีเดียระบุความสูงจากฐานถึงยอดพระรัศมี 3.94 เมตร และหน้าตัก 3.10 เมตร ความต่างนี้น่าจะมาจากการวัดจากจุดอ้างอิงคนละจุด ส่วนน้ำหนัก 5.5 ตันเป็นตัวเลขที่ทุกแหล่งใช้ตรงกัน วิกิพีเดียยังอ้างสัดส่วนทองคำว่าส่วนฐานมีความบริสุทธิ์ราวร้อยละ 40 ส่วนพระพักตร์ราวร้อยละ 80 และพระเกศมาลาเป็นทองบริสุทธิ์หนักราว 45 กิโลกรัม ตัวเลขชุดนี้ถูกอ้างต่อกันแพร่หลาย ผู้อ่านควรถือเป็นข้อมูลประกอบมากกว่าผลวิเคราะห์ที่ตรวจสอบได้ ชื่อ "พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร" นั้น เอกสารของหอสมุดศิลปากรระบุว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระราชทานในปี 2535

ตลอดครึ่งศตวรรษหลังการค้นพบ องค์พระประดิษฐานในวิหารที่คับแคบเมื่อเทียบกับจำนวนผู้มาสักการะ ในช่วงปี 2550 อันเป็นวาระเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา จึงมีการสร้างพระมหามณฑปหลังใหม่เพื่อประดิษฐานองค์พระอย่างสมพระเกียรติ ภายในอาคารเดียวกันยังจัดทำศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช เล่าเรื่องชุมชนจีนย่านสำเพ็งและเยาวราช ทำให้หลวงพ่อทองคำกลายเป็นทั้งปูชนียวัตถุและจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนจีนในกรุงเทพฯ

สำหรับนักสะสมพระเครื่อง เรื่องของหลวงพ่อทองคำให้บทเรียนที่คุ้นเคยดี คือเปลือกนอกบอกคุณค่าที่แท้จริงไม่ได้เสมอไป ของที่ดูธรรมดาอาจมีประวัติยาวกว่าที่ตาเห็น และสิ่งที่ทำให้ของชิ้นหนึ่งน่าเชื่อถือคือหลักฐานที่ตรวจสอบย้อนได้ ไม่ใช่คำบอกเล่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการจัดสร้างวัตถุมงคลและพระพุทธรูปจำลององค์หลวงพ่อทองคำในวาระต่าง ๆ เช่น ข่าวไทยโพสต์ปลายปี 2566 รายงานพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปทองคำองค์ใหม่ที่พระมหามณฑปเพื่อระดมทุนสร้างโรงพยาบาลของมูลนิธิรามาธิบดี ของจำลองเหล่านี้มีคุณค่าในฐานะเครื่องระลึกและงานบุญ แต่หากพบผู้อ้างว่าวัตถุชิ้นใดผสม "ปูนที่กะเทาะจากองค์จริง" หรือ "เนื้อทองจากองค์พระ" ควรขอหลักฐานให้ชัด เพราะแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบได้ไม่ได้กล่าวถึงการนำชิ้นส่วนขององค์พระออกมาใช้ในลักษณะนั้นเลย
#วัดไตรมิตร #หลวงพ่อทองคำ #พระพุทธรูปสุโขทัย #เยาวราช

ของสายมูน่าใช้

ลิงก์พันธมิตร

สินค้าจำหน่ายและจัดส่งโดยร้านค้าบน Shopee · กรุแตกอาจได้รับค่าคอมมิชชันเมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์นี้ โดยราคาของคุณไม่เปลี่ยน

ความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความเห็น

ใช้เวลาไม่ถึงนาที ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • เก็บพระที่ถูกใจไว้ดูทีหลัง ไม่ต้องไล่หาใหม่
  • ตั้งรับรุ่นที่ตามหา แล้วให้ระบบเตือนเมื่อมีคนลง
  • คุยกับผู้ขายได้โดยตรงในเว็บ

เว็บนี้ใช้คุกกี้

คุกกี้ที่จำเป็นทำให้ล็อกอินและกดประมูลได้ ส่วนคุกกี้วิเคราะห์และการตลาดช่วยให้เราปรับปรุงเว็บ — เลือกได้ว่าจะให้เก็บหรือไม่ และเปลี่ยนใจภายหลังได้ทุกเมื่อ อ่านนโยบายคุกกี้