多方来源相互印证
历史
พระคาถาชินบัญชร — มรดกที่ดังกว่าพระเครื่องของสมเด็จโต
浏览
4
参考来源
4
หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ทิ้งไว้ให้คนไทยกว้างขวางที่สุด คำตอบอาจไม่ใช่พระสมเด็จที่มีผู้ครอบครองได้เพียงหยิบมือ แต่เป็นพระคาถาชินบัญชรที่ใครก็สวดได้โดยไม่ต้องจ่ายสักบาท ชื่อชินบัญชรแปลได้ว่ากรงหรือซี่ลูกกรงของพระชินเจ้า และเนื้อหาของบทก็ตรงกับชื่อ คือการอัญเชิญพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ และพระอริยสาวก มาประจำอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผู้สวด จนเป็นเหมือนเกราะล้อมรอบตัว
ตัวบทบาลีที่เผยแพร่อยู่ในวิกิซอร์ซฉบับหนึ่งมีสิบห้าคาถา เริ่มจากการอัญเชิญพระพุทธเจ้ายี่สิบแปดพระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้น จากนั้นให้พระพุทธเจ้าสถิตบนศีรษะ พระธรรมที่ดวงตา พระสงฆ์ที่อก พระอนุรุทธะที่หทัย พระสารีบุตรเบื้องขวา พระโกณฑัญญะเบื้องหลัง พระโมคคัลลานะเบื้องซ้าย พระอานนท์กับพระราหุลที่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะที่หูซ้าย ต่อด้วยพระเถระอีกหลายรูปที่ปาก หน้าผาก และทั่วองค์ แล้วตั้งพระปริตรเป็นเครื่องป้องกันทุกทิศ ทั้งรัตนสูตรเบื้องหน้า เมตตสูตรเบื้องขวา ธชัคคสูตรเบื้องหลัง อังคุลิมาลปริตรเบื้องซ้าย ปิดท้ายด้วยกำแพงเจ็ดชั้น ภาพรวมจึงเป็นทั้งบทกวีที่ประณีตและระบบความเชื่อที่ครบถ้วน
ข้อเท็จจริงที่ควรบันทึกคือ สมเด็จโตไม่ได้แต่งคาถาบทนี้ขึ้นเอง มติชนสุดสัปดาห์ในคอลัมน์ปริศนาโบราณคดีอ้างบันทึกว่าเมื่อท่านสวดถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วทรงถามว่าแต่งเองหรือไม่ ท่านทูลตอบว่าหามิได้ เป็นสำนวนเก่าของเมืองเหนือ นำมาแก้ไขดัดแปลงตัดให้สั้นเข้า ของลังกายาวกว่านี้ ปัจจุบันจึงเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางว่าท่านเป็นผู้นำคาถามาเผยแพร่และชำระ ไม่ใช่ผู้ประพันธ์
ส่วนผู้แต่งต้นฉบับยังมีหลายสมมติฐาน บทความเดียวกันอ้างคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนาที่พระชัยมังคละแห่งหริภุญไชยจารไว้ในปี 1981 ซึ่งอาจารย์ศรีเลา เกษพรหม เป็นผู้ถอดความ ว่าพระชัยมังคละได้รับคาถาชื่อชัยบัญชรสิบสี่บทจากปราชญ์ในลังกา แล้วนำมาสวดถวายพระเจ้าติโลกราช ใบลานนั้นยังเล่าที่มาในลังกาว่าพระเถระสิบสี่รูปช่วยกันแต่งคนละบท เพื่อป้องกันพระราชโอรสจากคำทำนายว่าจะถูกฟ้าผ่า ซึ่งเป็นตำนานที่ไม่ระบุศักราช ขณะที่ศิลปวัฒนธรรมยกบทความของผู้ใช้นามว่าลังกากุมาร ที่สันนิษฐานว่าผู้แต่งอาจเป็นพระสังฆราชโตฏะคามุเวศรีราหุละ ปราชญ์สมัยอาณาจักรโกฏเก หรือศิษย์ของท่าน และยอมรับเองว่ายังไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
เรื่องที่สมเด็จโตได้ต้นฉบับมาจากไหนก็มีเรื่องเล่าอีกชั้นหนึ่ง มติชนสุดสัปดาห์เล่าว่าเมื่อครั้งยังเป็นสามเณร ท่านพบคัมภีร์เก่าชำรุดเรื่องคาถาชัยบัญชร เขียนด้วยอักษรธรรมล้านนา ที่เจดีย์ร้างใกล้ถ้ำฤๅษีในเมืองกำแพงเพชร และคำว่าชินบัญชรอาจเป็นชื่อที่ท่านปรับจากชัยบัญชรเดิม เรื่องนี้เป็นคำอธิบายของผู้ศึกษา ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยยืนยัน จึงควรจัดไว้ในกลุ่มเรื่องเล่า คู่กับสมมติฐานเรื่องผู้แต่งที่ยังไม่มีข้อยุติ
บทบาทของชินบัญชรในวงการพระเครื่องแนบแน่นกับพระสมเด็จ ศิลปวัฒนธรรมกล่าวว่าคาถานี้ใช้บริกรรมและปลุกเสกพระเครื่องชื่อดังมากมาย และคนจำนวนมากเชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาด ตำนานสายวัดระฆังเล่าว่าสมเด็จโตบริกรรมคาถานี้เป็นประจำ ผู้บูชาพระสมเด็จจึงนิยมสวดชินบัญชรควบคู่ไปด้วย จนคาถา ตัวท่าน และพระสมเด็จ กลายเป็นความเชื่อชุดเดียวกันในใจคนไทย
ทุกวันนี้ชินบัญชรเป็นบทสวดนอกพระไตรปิฎกที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดบทหนึ่ง มีทั้งฉบับบาลีเต็ม ฉบับย่อ และฉบับแปลเป็นร้อยกรองภาษาไทยที่วิกิซอร์ซเก็บไว้ด้วย ความน่าสนใจของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่คำถามว่าใครแต่งเท่านั้น แต่อยู่ที่เส้นทางของบทสวดหนึ่งที่เดินทางจากลังกา ผ่านล้านนา มาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีชีวิตอยู่ในบ้านคนไทยมาจนถึงวันนี้
ตัวบทบาลีที่เผยแพร่อยู่ในวิกิซอร์ซฉบับหนึ่งมีสิบห้าคาถา เริ่มจากการอัญเชิญพระพุทธเจ้ายี่สิบแปดพระองค์ มีพระตัณหังกรเป็นต้น จากนั้นให้พระพุทธเจ้าสถิตบนศีรษะ พระธรรมที่ดวงตา พระสงฆ์ที่อก พระอนุรุทธะที่หทัย พระสารีบุตรเบื้องขวา พระโกณฑัญญะเบื้องหลัง พระโมคคัลลานะเบื้องซ้าย พระอานนท์กับพระราหุลที่หูขวา พระกัสสปะกับพระมหานามะที่หูซ้าย ต่อด้วยพระเถระอีกหลายรูปที่ปาก หน้าผาก และทั่วองค์ แล้วตั้งพระปริตรเป็นเครื่องป้องกันทุกทิศ ทั้งรัตนสูตรเบื้องหน้า เมตตสูตรเบื้องขวา ธชัคคสูตรเบื้องหลัง อังคุลิมาลปริตรเบื้องซ้าย ปิดท้ายด้วยกำแพงเจ็ดชั้น ภาพรวมจึงเป็นทั้งบทกวีที่ประณีตและระบบความเชื่อที่ครบถ้วน
ข้อเท็จจริงที่ควรบันทึกคือ สมเด็จโตไม่ได้แต่งคาถาบทนี้ขึ้นเอง มติชนสุดสัปดาห์ในคอลัมน์ปริศนาโบราณคดีอ้างบันทึกว่าเมื่อท่านสวดถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วทรงถามว่าแต่งเองหรือไม่ ท่านทูลตอบว่าหามิได้ เป็นสำนวนเก่าของเมืองเหนือ นำมาแก้ไขดัดแปลงตัดให้สั้นเข้า ของลังกายาวกว่านี้ ปัจจุบันจึงเป็นที่ยอมรับกันกว้างขวางว่าท่านเป็นผู้นำคาถามาเผยแพร่และชำระ ไม่ใช่ผู้ประพันธ์
ส่วนผู้แต่งต้นฉบับยังมีหลายสมมติฐาน บทความเดียวกันอ้างคัมภีร์ใบลานอักษรธรรมล้านนาที่พระชัยมังคละแห่งหริภุญไชยจารไว้ในปี 1981 ซึ่งอาจารย์ศรีเลา เกษพรหม เป็นผู้ถอดความ ว่าพระชัยมังคละได้รับคาถาชื่อชัยบัญชรสิบสี่บทจากปราชญ์ในลังกา แล้วนำมาสวดถวายพระเจ้าติโลกราช ใบลานนั้นยังเล่าที่มาในลังกาว่าพระเถระสิบสี่รูปช่วยกันแต่งคนละบท เพื่อป้องกันพระราชโอรสจากคำทำนายว่าจะถูกฟ้าผ่า ซึ่งเป็นตำนานที่ไม่ระบุศักราช ขณะที่ศิลปวัฒนธรรมยกบทความของผู้ใช้นามว่าลังกากุมาร ที่สันนิษฐานว่าผู้แต่งอาจเป็นพระสังฆราชโตฏะคามุเวศรีราหุละ ปราชญ์สมัยอาณาจักรโกฏเก หรือศิษย์ของท่าน และยอมรับเองว่ายังไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
เรื่องที่สมเด็จโตได้ต้นฉบับมาจากไหนก็มีเรื่องเล่าอีกชั้นหนึ่ง มติชนสุดสัปดาห์เล่าว่าเมื่อครั้งยังเป็นสามเณร ท่านพบคัมภีร์เก่าชำรุดเรื่องคาถาชัยบัญชร เขียนด้วยอักษรธรรมล้านนา ที่เจดีย์ร้างใกล้ถ้ำฤๅษีในเมืองกำแพงเพชร และคำว่าชินบัญชรอาจเป็นชื่อที่ท่านปรับจากชัยบัญชรเดิม เรื่องนี้เป็นคำอธิบายของผู้ศึกษา ยังไม่มีเอกสารร่วมสมัยยืนยัน จึงควรจัดไว้ในกลุ่มเรื่องเล่า คู่กับสมมติฐานเรื่องผู้แต่งที่ยังไม่มีข้อยุติ
บทบาทของชินบัญชรในวงการพระเครื่องแนบแน่นกับพระสมเด็จ ศิลปวัฒนธรรมกล่าวว่าคาถานี้ใช้บริกรรมและปลุกเสกพระเครื่องชื่อดังมากมาย และคนจำนวนมากเชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาด ตำนานสายวัดระฆังเล่าว่าสมเด็จโตบริกรรมคาถานี้เป็นประจำ ผู้บูชาพระสมเด็จจึงนิยมสวดชินบัญชรควบคู่ไปด้วย จนคาถา ตัวท่าน และพระสมเด็จ กลายเป็นความเชื่อชุดเดียวกันในใจคนไทย
ทุกวันนี้ชินบัญชรเป็นบทสวดนอกพระไตรปิฎกที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดบทหนึ่ง มีทั้งฉบับบาลีเต็ม ฉบับย่อ และฉบับแปลเป็นร้อยกรองภาษาไทยที่วิกิซอร์ซเก็บไว้ด้วย ความน่าสนใจของเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่คำถามว่าใครแต่งเท่านั้น แต่อยู่ที่เส้นทางของบทสวดหนึ่งที่เดินทางจากลังกา ผ่านล้านนา มาถึงกรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีชีวิตอยู่ในบ้านคนไทยมาจนถึงวันนี้
#ชินบัญชร
#สมเด็จโต
#ประวัติศาสตร์
留言
目前尚无留言,成为第一位留言的人