多方来源相互印证
历史
หลวงปู่มั่นกับข้อวัตรธุดงค์ — ทำไมเหรียญสายวัดป่าถึงเล่นกันคนละแบบ
浏览
5
参考来源
4
หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เดิมชื่อมั่น แก่นแก้ว เกิดวันที่ 20 มกราคม 2413 ที่บ้านคำบง ตำบลสงยาง อำเภอโขงเจียม ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี ท่านบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 15 ปี แล้วลาสิกขาไปช่วยงานบ้าน ก่อนจะกลับมาบวชอีกครั้งในปี 2436 ที่วัดเลียบ เมืองอุบลราชธานี วิกิพีเดียระบุวันอุปสมบทว่า 12 มิถุนายน 2436 เมื่ออายุ 23 ปี ขณะที่ข่าวของกรมประชาสัมพันธ์เขียนว่าอายุ 22 ปี ความต่างเล็กน้อยนี้มาจากการนับอายุคนละแบบ หลังบวชท่านติดตามพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล ออกธุดงค์ตามลำน้ำโขงทั้งฝั่งไทยและลาว
ชีวิตสมณะของท่านแทบไม่หยุดอยู่กับที่ ปี 2443 ท่านกับคณะไปจำพรรษาที่พระธาตุพนม ต่อมาไปบำเพ็ญเพียรที่ถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก ปี 2457 ได้รับนิมนต์ไปอบรมกรรมฐานแก่พระเณรและฆราวาสที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ และในปี 2471 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ แต่อยู่เพียงพรรษาเดียวก็สละตำแหน่ง ด้วยเห็นว่าลาภสักการะเป็นเครื่องถ่วงการปฏิบัติ แล้วออกธุดงค์ตามป่าเขาในเชียงใหม่และเชียงรายนานราวสิบสองปี ประวัติที่ศิษย์เรียบเรียงและวิกิพีเดียนำมาอ้างระบุว่าท่านบรรลุธรรมขั้นสูงที่ถ้ำดอกคำ อำเภอพร้าว ส่วนดอยนะโมคือที่ที่ท่านพูดกับหลวงปู่ขาว อนาลโย ว่าหมดงานที่จะทำแล้ว เรื่องการบรรลุธรรมเป็นความเชื่อของศิษย์สายนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้ทางประวัติศาสตร์
ปี 2482 พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) นิมนต์ท่านกลับมาสั่งสอนทางภาคอีสาน กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่าปี 2484 ท่านจำพรรษาที่ชายป่าบ้านนามน และข่าวของประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครระบุว่าท่านจำพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองผือ อำเภอพรรณานิคม ติดต่อกันห้าปีตั้งแต่ 2488 ถึง 2492 ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับพระที่ไม่เคยอยู่ที่ใดซ้ำเกินหนึ่งพรรษา ภายหลังวัดนี้ได้ชื่อใหม่ว่าวัดป่าภูริทัตตถิราวาส ตามฉายาของท่าน ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2492 ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมืองสกลนคร สิริอายุ 79 ปี 56 พรรษา
แก่นคำสอนของท่านคือการลงมือปฏิบัติมากกว่าการท่องจำ ท่านยึดธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด อยู่ป่า ถือบิณฑบาต และพาศิษย์ปฏิบัติแบบเดียวกัน คติธรรมที่ศิษย์จดจำและกรมประชาสัมพันธ์ยกมามีสองข้อ คือดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ และได้สมบัติทั้งปวงไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตนเป็นที่เกิดแห่งสมบัติทั้งปวง แนวทางนี้หล่อหลอมพระกรรมฐานสายวัดป่าที่สืบต่อมาจนทุกวันนี้ ผู้ศรัทธาจึงยกท่านเป็นพระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐาน และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกสมัยที่ 40 ได้รับรองการร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบของท่านในปี 2563 ถึง 2564
ในแง่วัตถุมงคล สายนี้ต่างจากสายเกจิทั่วไปอย่างชัดเจน ประวัติของท่านเน้นการภาวนาพุทโธและข้อวัตร ไม่ได้มีเรื่องการสร้างพระเครื่องเป็นแกนกลางเหมือนพระเกจิสายวิทยาคม ของที่ผู้ศรัทธาถือว่าเกี่ยวเนื่องกับท่านจึงเป็นอัฐบริขารและอัฐิ วิกิพีเดียบันทึกว่าหลังการถวายเพลิง อัฐิของท่านถูกแจกไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งตัวแทนมารับ และศิษย์เชื่อว่าอัฐินั้นแปรสภาพเป็นพระธาตุ ความเชื่อข้อนี้กลายเป็นแบบแผนที่ใช้กับพระป่ารุ่นหลังทั้งสาย ส่วนเหรียญและรูปเหมือนของท่านที่มีอยู่ในตลาด ส่วนใหญ่สร้างโดยคณะศิษย์และวัดต่าง ๆ หลังท่านมรณภาพ
ผลที่ตามมาคือธรรมเนียมการสะสมที่ต่างออกไป ผู้สะสมสายวัดป่าให้น้ำหนักกับความเกี่ยวเนื่องที่ตรวจสอบได้ เช่น วัดผู้สร้าง วาระ และบันทึกพิธี มากกว่าจำนวนรุ่นหรือราคา และมักระวังกับวัตถุที่อ้างว่าเป็นของใช้หรืออัฐิของครูบาอาจารย์โดยไม่มีที่มา เพราะเป็นของที่ปลอมแปลงง่ายและตรวจสอบยาก ทั้งหมดนี้สะท้อนกลับไปที่ข้อวัตรของหลวงปู่มั่นเอง ที่สอนให้พึ่งการปฏิบัติมากกว่าวัตถุ
ทุกวันนี้วัดป่าสุทธาวาสและวัดป่าภูริทัตตถิราวาสยังเป็นหมุดหมายของผู้ปฏิบัติ ทุกวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่บ้านหนองผือมีงานน้อมรำลึก ข่าวของประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครปี 2565 บันทึกว่ามีพระสงฆ์ 150 รูปออกรับบิณฑบาต ส่วนที่บ้านเกิดในอุบลราชธานีก็มีงานรำลึกวันชาตกาลทุกเดือนมกราคม มรดกของพระที่ไม่ได้ตั้งตัวเป็นผู้สร้างพระเครื่อง จึงกลับเป็นมรดกที่ยืนยาวที่สุดเรื่องหนึ่งของพุทธศาสนาไทย
ชีวิตสมณะของท่านแทบไม่หยุดอยู่กับที่ ปี 2443 ท่านกับคณะไปจำพรรษาที่พระธาตุพนม ต่อมาไปบำเพ็ญเพียรที่ถ้ำสาริกา จังหวัดนครนายก ปี 2457 ได้รับนิมนต์ไปอบรมกรรมฐานแก่พระเณรและฆราวาสที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ และในปี 2471 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่ แต่อยู่เพียงพรรษาเดียวก็สละตำแหน่ง ด้วยเห็นว่าลาภสักการะเป็นเครื่องถ่วงการปฏิบัติ แล้วออกธุดงค์ตามป่าเขาในเชียงใหม่และเชียงรายนานราวสิบสองปี ประวัติที่ศิษย์เรียบเรียงและวิกิพีเดียนำมาอ้างระบุว่าท่านบรรลุธรรมขั้นสูงที่ถ้ำดอกคำ อำเภอพร้าว ส่วนดอยนะโมคือที่ที่ท่านพูดกับหลวงปู่ขาว อนาลโย ว่าหมดงานที่จะทำแล้ว เรื่องการบรรลุธรรมเป็นความเชื่อของศิษย์สายนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์ได้ทางประวัติศาสตร์
ปี 2482 พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) นิมนต์ท่านกลับมาสั่งสอนทางภาคอีสาน กรมประชาสัมพันธ์บันทึกว่าปี 2484 ท่านจำพรรษาที่ชายป่าบ้านนามน และข่าวของประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครระบุว่าท่านจำพรรษาที่วัดป่าบ้านหนองผือ อำเภอพรรณานิคม ติดต่อกันห้าปีตั้งแต่ 2488 ถึง 2492 ซึ่งเป็นเรื่องแปลกสำหรับพระที่ไม่เคยอยู่ที่ใดซ้ำเกินหนึ่งพรรษา ภายหลังวัดนี้ได้ชื่อใหม่ว่าวัดป่าภูริทัตตถิราวาส ตามฉายาของท่าน ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2492 ที่วัดป่าสุทธาวาส อำเภอเมืองสกลนคร สิริอายุ 79 ปี 56 พรรษา
แก่นคำสอนของท่านคือการลงมือปฏิบัติมากกว่าการท่องจำ ท่านยึดธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด อยู่ป่า ถือบิณฑบาต และพาศิษย์ปฏิบัติแบบเดียวกัน คติธรรมที่ศิษย์จดจำและกรมประชาสัมพันธ์ยกมามีสองข้อ คือดีใดไม่มีโทษ ดีนั้นชื่อว่าดีเลิศ และได้สมบัติทั้งปวงไม่ประเสริฐเท่าได้ตน เพราะตนเป็นที่เกิดแห่งสมบัติทั้งปวง แนวทางนี้หล่อหลอมพระกรรมฐานสายวัดป่าที่สืบต่อมาจนทุกวันนี้ ผู้ศรัทธาจึงยกท่านเป็นพระอาจารย์ใหญ่แห่งวงศ์พระกรรมฐาน และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกสมัยที่ 40 ได้รับรองการร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบของท่านในปี 2563 ถึง 2564
ในแง่วัตถุมงคล สายนี้ต่างจากสายเกจิทั่วไปอย่างชัดเจน ประวัติของท่านเน้นการภาวนาพุทโธและข้อวัตร ไม่ได้มีเรื่องการสร้างพระเครื่องเป็นแกนกลางเหมือนพระเกจิสายวิทยาคม ของที่ผู้ศรัทธาถือว่าเกี่ยวเนื่องกับท่านจึงเป็นอัฐบริขารและอัฐิ วิกิพีเดียบันทึกว่าหลังการถวายเพลิง อัฐิของท่านถูกแจกไปยังจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งตัวแทนมารับ และศิษย์เชื่อว่าอัฐินั้นแปรสภาพเป็นพระธาตุ ความเชื่อข้อนี้กลายเป็นแบบแผนที่ใช้กับพระป่ารุ่นหลังทั้งสาย ส่วนเหรียญและรูปเหมือนของท่านที่มีอยู่ในตลาด ส่วนใหญ่สร้างโดยคณะศิษย์และวัดต่าง ๆ หลังท่านมรณภาพ
ผลที่ตามมาคือธรรมเนียมการสะสมที่ต่างออกไป ผู้สะสมสายวัดป่าให้น้ำหนักกับความเกี่ยวเนื่องที่ตรวจสอบได้ เช่น วัดผู้สร้าง วาระ และบันทึกพิธี มากกว่าจำนวนรุ่นหรือราคา และมักระวังกับวัตถุที่อ้างว่าเป็นของใช้หรืออัฐิของครูบาอาจารย์โดยไม่มีที่มา เพราะเป็นของที่ปลอมแปลงง่ายและตรวจสอบยาก ทั้งหมดนี้สะท้อนกลับไปที่ข้อวัตรของหลวงปู่มั่นเอง ที่สอนให้พึ่งการปฏิบัติมากกว่าวัตถุ
ทุกวันนี้วัดป่าสุทธาวาสและวัดป่าภูริทัตตถิราวาสยังเป็นหมุดหมายของผู้ปฏิบัติ ทุกวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่บ้านหนองผือมีงานน้อมรำลึก ข่าวของประชาสัมพันธ์จังหวัดสกลนครปี 2565 บันทึกว่ามีพระสงฆ์ 150 รูปออกรับบิณฑบาต ส่วนที่บ้านเกิดในอุบลราชธานีก็มีงานรำลึกวันชาตกาลทุกเดือนมกราคม มรดกของพระที่ไม่ได้ตั้งตัวเป็นผู้สร้างพระเครื่อง จึงกลับเป็นมรดกที่ยืนยาวที่สุดเรื่องหนึ่งของพุทธศาสนาไทย
#หลวงปู่มั่น
#พระป่า
#ประวัติศาสตร์
留言
目前尚无留言,成为第一位留言的人