多方来源相互印证
历史
ทำไมหลวงพ่อคูณนั่งยอง — เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้ตั้งใจ
浏览
5
参考来源
5
พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เดิมชื่อคูณ ฉัตร์พลกรัง ไทยพีบีเอสเรียบเรียงประวัติไว้ว่าท่านเกิดวันที่ 4 ตุลาคม 2466 ที่บ้านไร่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ในครอบครัวชาวนา มารดาเสียชีวิตตั้งแต่ท่านอายุได้ 11 ขวบ บิดาจึงนำไปฝากเป็นศิษย์วัดบ้านไร่ ได้เรียนทั้งหนังสือไทย อักษรขอม และคาถาอาคมจากพระอาจารย์ในวัด ครั้งหนึ่งหลังทำนาจนร่างกายระบม น้าสะใภ้พูดว่าถ้าไม่ไหวก็ไปบวชเสีย ท่านตอบกลับว่าถ้าได้บวชแล้วจะไม่สึกเลย และก็เป็นเช่นนั้นจริง
ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดถนนหักใหญ่ อำเภอด่านขุนทด ไทยพีบีเอสระบุวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 แต่หมายเหตุไว้ว่าบางตำราระบุปี 2486 ได้ฉายาว่าปริสุทฺโธ ศึกษาธรรมวินัยกับหลวงพ่อคง พุทฺธสโร และเป็นศิษย์หลวงพ่อแดงด้านวิปัสสนากรรมฐาน จากนั้นออกธุดงค์ไกลถึงป่าลึกในกัมพูชาและลาว ก่อนกลับมาวัดบ้านไร่ในปี 2495 แล้วเริ่มพัฒนาวัดที่ทรุดโทรม เดิมท่านตั้งใจบวชเพียงสามพรรษา แต่ความยากจนของคนบ้านเกิดทำให้ท่านเลือกอยู่ในผ้าเหลืองเพื่อช่วยเหลือผู้คนต่อไป
ภาพจำที่คนทั้งประเทศรู้จักคือท่านั่งยองบนพื้น และการใช้สรรพนามกูกับมึงกับทุกคน ท่านเคยอธิบายทั้งสองเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ไทยพีบีเอสยกคำของท่านว่า การนั่งยองนั้นคล่องตัว จะลุก จะนั่ง จะเดินก็สะดวก และนั่งมาจนชินแล้ว เพราะคนสมัยก่อนไม่มีโต๊ะเก้าอี้ ถ้าไม่ได้ปูเสื่อก็นั่งยองกันทั้งนั้น ส่วนการพูดกูมึงนั้น ท่านบอกว่าเป็นการแสดงความจริงใจและความเป็นกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ท่าทางที่ไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพนี้เองที่กลายเป็นเอกลักษณ์ติดตาคนไทยมากกว่ายศตำแหน่งใด ๆ
ศิลปวัฒนธรรมบันทึกว่าท่านเริ่มสร้างวัตถุมงคลราวปี 2493 แต่ชื่อเสียงระดับประเทศมาในปี 2536 หลังเหตุการณ์ใหญ่สองครั้ง คือเพลิงไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ที่นครปฐมในเดือนพฤษภาคม และโรงแรมรอยัลพลาซ่า นครราชสีมา ถล่มเมื่อ 13 สิงหาคม ซึ่งมีรายงานว่าผู้รอดชีวิตบางคนมีวัตถุมงคลของท่านติดตัว เรื่องเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตและสื่อในยุคนั้น ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ใด ๆ และตัวท่านเองก็ย้ำเสมอว่าผู้ที่มีพระของท่านต้องภาวนาพุทโธ รักษาศีล ไม่ด่าทอพ่อแม่ใคร และสวดมนต์ก่อนนอน วัตถุมงคลของท่านจึงมีจำนวนรุ่นมากมาย ตั้งแต่รุ่นสหกรณ์ไปจนถึงรุ่นทวีคูณปี 2537
เงินที่ไหลเข้ามาจากศรัทธาถูกนำกลับออกไปเป็นสาธารณประโยชน์ ท่านเคยพูดว่าเงินที่คนนำมาทำบุญ ท่านไม่เก็บไว้ แต่นำไปทำบุญต่อให้เขา ยิ่งให้ก็ยิ่งมา ไทยพีบีเอสบันทึกการตั้งโรงเรียนหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วิทยาลัยเทคนิคในชื่อท่าน กองทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในปี 2536 และกองทุนสำหรับพระภิกษุสามเณร ส่วนเหตุการณ์ที่ท่านปลื้มใจที่สุดครั้งหนึ่ง ศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าคือวันที่ 11 มกราคม 2538 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จวัดบ้านไร่ และทรงรับเงินที่ท่านถวายโดยเสด็จพระราชกุศล 72 ล้านบาท
เรื่องที่ทำให้คนนับถือท่านแม้ไม่เชื่อเรื่องวัตถุมงคลคือการมอบร่างกาย วันที่ 6 มกราคม 2536 ท่านเดินทางไปคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดูห้องเรียนกายวิภาค แล้วตัดสินใจว่าขอเป็นครูใหญ่แบบให้ผ่า จากนั้นทำพินัยกรรม และแก้ไขอีกครั้งเมื่อ 25 มิถุนายน 2543 ให้มอบศพแก่มหาวิทยาลัยภายใน 24 ชั่วโมง และขอให้จัดงานเรียบง่าย ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 เวลา 11.45 น. ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สิริอายุ 92 ปี สรีระถูกส่งไปเป็นอาจารย์ใหญ่ตามเจตนา
มหาวิทยาลัยขอนแก่นบันทึกว่า หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 มีการเคลื่อนสังขารท่านไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น และวันรุ่งขึ้นนำเถ้าอังคารไปลอยที่พระธาตุกลางแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย มหาวิทยาลัยยังจัดงานบำเพ็ญกุศลรำลึกท่านต่อเนื่อง ส่วนภาพพระแก่นั่งยองยิ้มแย้มก็ยังเป็นภาพที่คนไทยเห็นแล้วรู้ทันทีว่าคือใคร เป็นเครื่องหมายการค้าที่เจ้าตัวไม่เคยตั้งใจสร้าง แต่เกิดจากการเป็นตัวของตัวเองตลอดชีวิต
ท่านอุปสมบทเมื่ออายุ 21 ปี ที่วัดถนนหักใหญ่ อำเภอด่านขุนทด ไทยพีบีเอสระบุวันที่ 5 พฤษภาคม 2487 แต่หมายเหตุไว้ว่าบางตำราระบุปี 2486 ได้ฉายาว่าปริสุทฺโธ ศึกษาธรรมวินัยกับหลวงพ่อคง พุทฺธสโร และเป็นศิษย์หลวงพ่อแดงด้านวิปัสสนากรรมฐาน จากนั้นออกธุดงค์ไกลถึงป่าลึกในกัมพูชาและลาว ก่อนกลับมาวัดบ้านไร่ในปี 2495 แล้วเริ่มพัฒนาวัดที่ทรุดโทรม เดิมท่านตั้งใจบวชเพียงสามพรรษา แต่ความยากจนของคนบ้านเกิดทำให้ท่านเลือกอยู่ในผ้าเหลืองเพื่อช่วยเหลือผู้คนต่อไป
ภาพจำที่คนทั้งประเทศรู้จักคือท่านั่งยองบนพื้น และการใช้สรรพนามกูกับมึงกับทุกคน ท่านเคยอธิบายทั้งสองเรื่องอย่างตรงไปตรงมา ไทยพีบีเอสยกคำของท่านว่า การนั่งยองนั้นคล่องตัว จะลุก จะนั่ง จะเดินก็สะดวก และนั่งมาจนชินแล้ว เพราะคนสมัยก่อนไม่มีโต๊ะเก้าอี้ ถ้าไม่ได้ปูเสื่อก็นั่งยองกันทั้งนั้น ส่วนการพูดกูมึงนั้น ท่านบอกว่าเป็นการแสดงความจริงใจและความเป็นกันเอง ไม่ต้องมีพิธีรีตอง ท่าทางที่ไม่ได้ตั้งใจสร้างภาพนี้เองที่กลายเป็นเอกลักษณ์ติดตาคนไทยมากกว่ายศตำแหน่งใด ๆ
ศิลปวัฒนธรรมบันทึกว่าท่านเริ่มสร้างวัตถุมงคลราวปี 2493 แต่ชื่อเสียงระดับประเทศมาในปี 2536 หลังเหตุการณ์ใหญ่สองครั้ง คือเพลิงไหม้โรงงานตุ๊กตาเคเดอร์ที่นครปฐมในเดือนพฤษภาคม และโรงแรมรอยัลพลาซ่า นครราชสีมา ถล่มเมื่อ 13 สิงหาคม ซึ่งมีรายงานว่าผู้รอดชีวิตบางคนมีวัตถุมงคลของท่านติดตัว เรื่องเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตและสื่อในยุคนั้น ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ใด ๆ และตัวท่านเองก็ย้ำเสมอว่าผู้ที่มีพระของท่านต้องภาวนาพุทโธ รักษาศีล ไม่ด่าทอพ่อแม่ใคร และสวดมนต์ก่อนนอน วัตถุมงคลของท่านจึงมีจำนวนรุ่นมากมาย ตั้งแต่รุ่นสหกรณ์ไปจนถึงรุ่นทวีคูณปี 2537
เงินที่ไหลเข้ามาจากศรัทธาถูกนำกลับออกไปเป็นสาธารณประโยชน์ ท่านเคยพูดว่าเงินที่คนนำมาทำบุญ ท่านไม่เก็บไว้ แต่นำไปทำบุญต่อให้เขา ยิ่งให้ก็ยิ่งมา ไทยพีบีเอสบันทึกการตั้งโรงเรียนหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ วิทยาลัยเทคนิคในชื่อท่าน กองทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีในปี 2536 และกองทุนสำหรับพระภิกษุสามเณร ส่วนเหตุการณ์ที่ท่านปลื้มใจที่สุดครั้งหนึ่ง ศิลปวัฒนธรรมเล่าว่าคือวันที่ 11 มกราคม 2538 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จวัดบ้านไร่ และทรงรับเงินที่ท่านถวายโดยเสด็จพระราชกุศล 72 ล้านบาท
เรื่องที่ทำให้คนนับถือท่านแม้ไม่เชื่อเรื่องวัตถุมงคลคือการมอบร่างกาย วันที่ 6 มกราคม 2536 ท่านเดินทางไปคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ดูห้องเรียนกายวิภาค แล้วตัดสินใจว่าขอเป็นครูใหญ่แบบให้ผ่า จากนั้นทำพินัยกรรม และแก้ไขอีกครั้งเมื่อ 25 มิถุนายน 2543 ให้มอบศพแก่มหาวิทยาลัยภายใน 24 ชั่วโมง และขอให้จัดงานเรียบง่าย ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 เวลา 11.45 น. ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สิริอายุ 92 ปี สรีระถูกส่งไปเป็นอาจารย์ใหญ่ตามเจตนา
มหาวิทยาลัยขอนแก่นบันทึกว่า หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562 มีการเคลื่อนสังขารท่านไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่พุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น และวันรุ่งขึ้นนำเถ้าอังคารไปลอยที่พระธาตุกลางแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย มหาวิทยาลัยยังจัดงานบำเพ็ญกุศลรำลึกท่านต่อเนื่อง ส่วนภาพพระแก่นั่งยองยิ้มแย้มก็ยังเป็นภาพที่คนไทยเห็นแล้วรู้ทันทีว่าคือใคร เป็นเครื่องหมายการค้าที่เจ้าตัวไม่เคยตั้งใจสร้าง แต่เกิดจากการเป็นตัวของตัวเองตลอดชีวิต
#หลวงพ่อคูณ
#วัดบ้านไร่
#ประวัติศาสตร์
留言
目前尚无留言,成为第一位留言的人