已证实 来源传承

พระศรีศากยมุนี — ล่องแพจากสุโขทัย จนต้องรื้อประตูเมืองให้องค์พระผ่าน

浏览 3 参考来源 3
分享 Facebook LINE X
กลางพระวิหารหลวงวัดสุทัศนเทพวราราม มีพระพุทธรูปหล่อขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่องค์หนึ่ง หน้าตักกว้าง 3 วา 1 คืบ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกไว้ว่าใหญ่กว่าพระพุทธรูปหล่อองค์อื่นที่มีอยู่ในสยาม องค์นี้คือพระศรีศากยมุนี แต่เดิมเป็นพระประธานในพระวิหารหลวงวัดมหาธาตุ เมืองสุโขทัย หล่อขึ้นในสมัยราชวงศ์พระร่วง การเดินทางลงมากรุงเทพฯ ขององค์พระมีเอกสารบันทึกไว้ค่อนข้างละเอียด ทั้งในพระราชพงศาวดารและจดหมายเหตุร่วมสมัย

ตามพระนิพนธ์ตำนานพระพุทธรูปสำคัญ ถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ พระวิหารหลวงที่สุโขทัยพังทลายไปนานแล้ว องค์พระต้องตากแดดตากฝนจนชำรุด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีพระราชดำริจะสร้างพระอารามใหญ่ขึ้นกลางพระนคร ให้มีพระวิหารสูงใหญ่เทียบวิหารพระเจ้าพนัญเชิงที่กรุงศรีอยุธยา จึงโปรดให้ไปอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ลงมาประดิษฐาน จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวีระบุว่ามีรับสั่งให้พระพิเรนทรเทพขึ้นไปรับ

การขนย้ายเกิดขึ้นราว พ.ศ. 2351 องค์พระถูกอัญเชิญลงแพ ล่องตามลำน้ำจากสุโขทัยลงมาถึงพระนคร เมื่อถึงแล้วก็มีงานสมโภช แต่หลักฐานให้จำนวนวันไม่ตรงกัน พระราชพงศาวดารว่าสมโภชที่หน้าตำหนักแพ 3 วัน ส่วนจดหมายเหตุความทรงจำว่าประทับท่าสมโภช 7 วัน ความต่างเล็ก ๆ แบบนี้พบได้บ่อยในเอกสารยุคนั้น และไม่ได้ทำให้เหตุการณ์หลักคลาดเคลื่อนไป

ตอนที่คนรุ่นหลังจำได้มากที่สุดคือเรื่องประตูเมือง พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 บันทึกว่าได้ชักพระขึ้นจากแพทางประตูท่าช้าง แล้วเชิญไปทำร่มไว้ข้างถนนเสาชิงช้า เพราะองค์พระใหญ่เกินช่องประตู จึงต้องรื้อประตูออกก่อนจะเชิญเข้าไปได้ ประตูนั้นจึงถูกเรียกว่า "ประตูท่าพระ" สืบมา ชื่อท่าพระยังหลงเหลืออยู่ในย่านท่าช้าง ใกล้พระบรมมหาราชวังจนถึงทุกวันนี้ เป็นร่องรอยทางภาษาที่ยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเคยเกิดขึ้นจริง

จดหมายเหตุความทรงจำยังบันทึกบรรยากาศของขบวนแห่ไว้ด้วย รัชกาลที่ 1 โปรดให้ตั้งเครื่องนมัสการบูชาตามหน้าวัง หน้าบ้าน และร้านตลาดตลอดเส้นทาง แม้ขณะนั้นทรงพระประชวรอยู่ ก็ยังเสด็จพระราชดำเนินตามขบวนแห่พระโดยไม่ทรงฉลองพระบาท เมื่อเสด็จขึ้นพลับพลาทรงเซพลาด เจ้าฟ้ากรมขุนกษัตรารับพระองค์ไว้ได้ บันทึกนั้นระบุว่าทรงเพียงได้ยกพระขึ้นตั้งไว้เท่านั้น ยังไม่ทันได้สร้างพระวิหาร และรัชกาลที่ 1 ก็เสด็จสวรรคตในปีต่อมา

งานสร้างพระวิหารดำเนินต่อในรัชกาลที่ 2 บานประตูพระวิหารที่จำหลักลายวิจิตรนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงคิดลาย และทรงเริ่มจำหลักด้วยฝีพระหัตถ์ร่วมกับกรมหมื่นวิจิตรภักดี นอกจากนี้ยังมีบันทึกว่าในรัชกาลนี้โปรดให้ช่างหล่อพระเศียรขององค์พระให้ใหญ่ขึ้น เพื่อให้ได้สัดส่วนเมื่อตั้งบนฐานสูงตามนิยมของรัตนโกสินทร์ และต่อนิ้วพระหัตถ์ให้ยาวเสมอกัน นักวิชาการจึงเห็นว่าพระพักตร์ค่อนข้างกลมและพระวรกายอวบกว่าพระสุโขทัยทั่วไป อาจเป็นผลของการซ่อมครั้งนั้น วัดสุทัศน์มาสร้างเสร็จสมบูรณ์ในรัชกาลที่ 3 เดิมคนเรียกองค์พระว่า "พระโต" จนรัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนามว่าพระศรีศากยมุนี

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุด้วยว่า ใต้ฐานองค์พระตรงผ้าทิพย์เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และด้านหลังบัลลังก์มีแผ่นศิลาจำหลักศิลปะทวารวดีซึ่งหาดูได้ยาก คนในวงการพระเครื่องรู้จักวัดสุทัศน์ในฐานะแหล่งกำเนิดพระกริ่งสายสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง แต่ก่อนจะมีพระกริ่ง วัดนี้เริ่มต้นจากความตั้งใจจะสร้างที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณจากสุโขทัย เหรียญหรือวัตถุมงคลที่จำลองรูปพระศรีศากยมุนีซึ่งวัดจัดสร้างในวาระต่าง ๆ จึงผูกโยงกับเรื่องราวราวสองร้อยปีนี้โดยตรง ผู้สะสมควรตรวจที่ปีและวาระที่ระบุบนชิ้นงานให้ตรงกับประวัติการจัดสร้างของวัด
#พระศรีศากยมุนี #วัดสุทัศน์ #ศิลปะสุโขทัย #รัชกาลที่ 1

留言

登录 以留言

目前尚无留言,成为第一位留言的人

不到一分钟,完全免费

  • 收藏喜欢的佛牌,随时回来查看
  • 发布求购,有人上架时系统主动通知
  • 在站内直接与卖家沟通
注册会员 已有账号,登录

本站使用 Cookie

必要 Cookie 让您保持登入并可参与竞标;分析与营销 Cookie 帮助我们改善网站 — 您可自行选择,日后随时更改。 阅读 Cookie 政策