已证实 来源传承

กรุพระปรางค์วัดมหาธาตุ อยุธยา — ผอบศิลากับสถูปซ้อนเจ็ดชั้นใต้ดินลึก

浏览 4 参考来源 4
分享 Facebook LINE X
หลายคนรู้จักวัดมหาธาตุ อยุธยา จากเศียรพระพุทธรูปหินทรายที่รากไม้โอบไว้ แต่ในทางประวัติศาสตร์ วัดนี้สำคัญเพราะเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของพระนคร เว็บไซต์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่าพงศาวดารบางฉบับกล่าวถึงการสร้างวัดในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 และต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุใต้ฐานพระปรางค์ประธานเมื่อ พ.ศ. 1927 ทั้งนี้พงศาวดารแต่ละฉบับให้ลำดับเหตุการณ์และศักราชไม่ตรงกันนัก จึงควรถือปีดังกล่าวเป็นตัวเลขตามพงศาวดาร ไม่ใช่วันที่ที่ยืนยันด้วยหลักฐานร่วมสมัย

พระปรางค์ประธานเป็นปรางค์ยุคต้นอยุธยาที่ยังได้อิทธิพลขอม ชั้นล่างก่อด้วยศิลาแลง ส่วนบนที่เสริมภายหลังเป็นอิฐถือปูน สมัยพระเจ้าปราสาททองมีการปฏิสังขรณ์เสริมให้สูงกว่าเดิม แต่ต่อมายอดพังทลายลง ปัจจุบันเหลือเพียงฐานและชั้นมุข หลักฐานที่เหลือพอให้เห็นว่าเดิมเป็นปรางค์ขนาดใหญ่มาก เมื่อองค์ปรางค์พังและวัดร้างไปหลังเสียกรุง พื้นที่ใต้ฐานจึงกลายเป็นเป้าของคนหาสมบัติ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ว่ามีการลักลอบขุดขโมยเครื่องทองภายในกรุของวัดมหาธาตุไปจำนวนมากในช่วงราว พ.ศ. 2489 ถึง 2493 ก่อนที่ทางราชการจะเข้าไปจัดการ

ในปี พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรเข้าขุดแต่งพระปรางค์ประธาน ข้อมูลของจังหวัดระบุว่าพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น ชิ้นที่โด่งดังที่สุดคือผอบศิลา ส่วนหน้าข้อมูลนิทรรศการถาวรของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ระบุว่าผอบหินที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นฝังลึกลงไปในดินถึงราว 17 เมตร ความลึกระดับนี้สะท้อนความตั้งใจของผู้สร้างที่ต้องการให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเมืองอยู่พ้นมือคนให้มากที่สุด และอาจเป็นเหตุผลที่คนร้ายรุ่นก่อนหน้าขุดเข้าไปไม่ถึงชั้นนี้

ภายในผอบศิลาคือสิ่งที่นักโบราณคดีกล่าวถึงจนทุกวันนี้ เป็นสถูปซ้อนกันเจ็ดชั้นทำจากวัสดุต่างชนิด ข้อมูลของจังหวัดเรียงไว้ว่ามีชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทน์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในสุดบรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมเครื่องประดับมีค่า การซ้อนภาชนะหลายชั้นจากวัสดุด้อยค่าไปสู่วัสดุมีค่าที่สุดเป็นคติที่พบในการบรรจุพระธาตุหลายแห่ง และพบในกรุวัดราชบูรณะที่อยู่ใกล้กันด้วย แม้ลำดับวัสดุจะไม่เหมือนกันทีเดียว ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุและผอบชุดนี้เก็บรักษาและจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา

งานศึกษาชุดใหม่ของกรมศิลปากรที่นำเสนอพร้อมการเปิดอาคารเครื่องทองอยุธยาเมื่อปลายปี 2565 ทำให้ผอบชุดนี้มีเรื่องเล่าเพิ่มขึ้น ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่าเจ้าหน้าที่นำสถูปชั้นที่หกไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ พบอัญมณีที่หาได้ยากในไทย เช่น สปิเนล จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นเครื่องราชบรรณาการจากต่างแดน ส่วนฝาตลับชั้นที่เจ็ดประดับเพชรที่มีโครงสร้างผลึกหายาก ผลตรวจธาตุยังพบว่าเครื่องทองจากกรุวัดมหาธาตุและวัดราชบูรณะมีสัดส่วนทองใกล้เคียงกัน เฉลี่ยราวร้อยละ 80 สอดคล้องกับข้อสันนิษฐานว่าทั้งสองกรุสร้างในสมัยอยุธยาตอนต้น โดยกรุวัดมหาธาตุเก่ากว่าราวห้าสิบปี ข้อสรุปเรื่องที่มาของอัญมณียังเป็นข้อสันนิษฐานที่ต้องศึกษาต่อ

เมื่อพูดถึงพระเครื่อง ชื่อ "กรุวัดมหาธาตุ อยุธยา" มักถูกกล่าวถึงควบคู่กับพระกรุเก่าของกรุงศรีฯ แต่ผู้สะสมควรเข้าใจข้อจำกัดของหลักฐานให้ชัด แหล่งข้อมูลราชการที่เผยแพร่เน้นเรื่องพระบรมสารีริกธาตุ ผอบ และเครื่องทอง ส่วนพระพิมพ์จากกรุนี้ไม่มีบันทึกสาธารณะเรื่องการนำออกสู่มือประชาชนที่ละเอียดเท่ากรณีวัดราชบูรณะ ซึ่งมีการแจกพระพิมพ์แก่ผู้บริจาคสร้างพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ บวกกับข้อมูลว่าเคยมีการลักลอบขุดช่วงหลังสงครามโลก ทำให้การยืนยันว่าพระองค์ใดออกจากกรุวัดมหาธาตุจริงทำได้ยากกว่า การอ้างชื่อกรุจึงควรมาพร้อมเหตุผลเรื่องเนื้อ พิมพ์ และคราบ มากกว่าคำบอกต่อ

สิ่งที่ทำให้เรื่องกรุวัดมหาธาตุน่าสนใจสำหรับคนรักพระ จึงไม่ใช่ราคาหรือความหายาก แต่เป็นภาพที่ชัดเจนว่าคนอยุธยาให้ความสำคัญกับพระบรมสารีริกธาตุเพียงใด ถึงขั้นฝังลึกลงไปนับสิบเมตรและซ้อนภาชนะมีค่าถึงเจ็ดชั้นเพื่อรักษาไว้ ใครที่ไปอยุธยา หากเดินจากวัดมหาธาตุข้ามถนนไปวัดราชบูรณะ แล้วต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ก็จะได้เห็นทั้งสถานที่จริงและของจริงจากกรุทั้งสองในวันเดียว
#วัดมหาธาตุ อยุธยา #พระบรมสารีริกธาตุ #กรุพระปรางค์ #กรมศิลปากร

留言

登录 以留言

目前尚无留言,成为第一位留言的人

不到一分钟,完全免费

  • 收藏喜欢的佛牌,随时回来查看
  • 发布求购,有人上架时系统主动通知
  • 在站内直接与卖家沟通
注册会员 已有账号,登录

本站使用 Cookie

必要 Cookie 让您保持登入并可参与竞标;分析与营销 Cookie 帮助我们改善网站 — 您可自行选择,日后随时更改。 阅读 Cookie 政策